งานวิจัย กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)

ข้อมูลงานวิจัยอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals Research)

งานวิจัยส่วนกลาง
อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
ธนิตา ค่าอานวย, ศิริพร สอนท่าโก, ณัฐพร ฉันทศักดา, และพจนีย์ หน่อฝั้น
ประสิทธิภาพของสารสกัดน้อยหน่าต่อหนอนใยผัก
Efficacy of CustardAppleExtract Against Plutella xylostella L.
การผลิตพืชอินทรีย์มีข้อจ ากัดในการใช้สารควบคุมศัตรูและโรคพืช การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดน้อยหน่าต่อหนอนใยผักนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อน าสารสกัดจากน้อยหน่ามาใช้ในการป้องกันก าจัดศัตรูพืชในการผลิตพืชอินทรีย์และเป็นทางเลือกในการใช้สารของเกษตรกร ท าการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากน้อยหน่าโดยการเตรียมสารสกัดที่ไม่ขัดต่อข้อก าหนดของมาตรฐานอินทรีย์ ศึกษาในน้อยหน่าพันธุ์หนังและพันธุ์เพชรปากช่องโดยแยกเป็นส่วนของใบและเมล็ด วางแผนการทดลองแบบ CRD4ซ ้า มีอัตราของสารสกัดเป็นกรรมวิธี ในส่วนใบท าการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากใบแบบสดและใบแบบแห้งที่แช่น ้าเป็นเวลา 24ชั่วโมง พบว่า สารสกัดจากใบน้อยหน่าทั้งแบบสดและแห้งมีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนใยผักไม่สูงโดยใบแบบสดสารสกัดของน้อยหน่า พันธุ์หนังที่อัตรา10% น ้าหนักต่อปริมาตร(%w/v) และน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องที่อัตรา 5% น ้าหนักต่อปริมาตร (%w/v) มีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนใยผักได้ 37และ 61% ตามล าดับ ส่วนสารสกัดของใบน้อยหน่าแบบแห้งทั้ง 2พันธุ์ ที่อัตรา 0.5-10% น ้าหนักต่อปริมาตร(%w/v) ท าให้หนอนใยผักตายสูงกว่า 40% ส าหรับส่วนของเมล็ดน้อยหน่าท าการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากเมล็ดที่สกัดโดยการแช่น ้าและแช่เอทานอล เป็นเวลา 24ชั่วโมง พบว่าในน้อยหน่าพันธุ์หนัง สารสกัดของเมล็ดที่แช่ด้วยเอทานอลมีประสิทธิภาพสูงกว่าสารสกัดของเมล็ดที่แช่ด้วยน ้า โดยสารสกัดของเมล็ดน้อยหน่าพันธุ์หนังแช่เอทานอลที่อัตรา 10% สามารถท าให้หนอนใยผักตายได้ถึง 100% ส าหรับเมล็ดน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง สารสกัดที่แช่ด้วยน ้า 20% น ้าหนักต่อปริมาตร (%w/v) สารสกัดที่แช่ด้วยเอทานอล 5และ 10% น ้าหนักต่อปริมาตร (%w/v) ให้ผลประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนใยผักสูง 76%81%และ 95%ตามล าดับ จากผลการทดสอบข้างต้นพบว่าเมล็ดของน้อยหน่าสามารถน ามาใช้ในการควบคุมหนอนใยผักเพื่อใช้ป้องกันก าจัดศัตรูพืชส าหรับการปลูกพืชอินทรีย์ได้
Organic crop production is limited in substances for plant pest and disease control. This study was aimed at evaluating the efficacy of custard apple leaf and seed extracts against diamondback moth to provide guidelines for their use in organic agriculture and as an alternative for farmers to use substances. 2 varieties of custard apple, the Nang variety and the Phet Pak Chong variety, were studied, testing leaves and seed parts. A completely randomized design (CRD) with four replications was used. The rate of extract was varied to assess its effect on diamondback moth control. For the leaves, the efficacy of fresh and dried leaves soaked in water for 24 hours was tested. It was found that extracts from both fresh and dried leaves had a little efficacy. Fresh leaves and extracts of the Nang variety at the rate of 10% w/v and the Phet Pak Chong variety at the rate of 5% w/v were 37 and 61 %effective in controlling diamondback moth, respectively. Dry leaf extracts of both varieties at rates of 0.5-10% w/v were more than 40 %effective. For custard apple seeds, the efficiency of seed extracts extracted by soaking in water and ethanol for 24 hours found that the Nang variety's ethanol extracts were more effective than aqueous extracts, with the 10% w/v extract causing up to 100 %diamondback moth mortality. The Phet Pak Chong variety's aqueous seed extracts at 20% w/v and ethanol seed extracts at 5 and 10% w/v were highly effective, with efficiencies of 76%, 81%, and 95 %, respectively.
สารสกัดพืชม, น้อยหน่า, หนอนใยผัก
Plant extracts, Custardapple, Diamondback moth(Plutella xylostella L.)
2025