หน้าหลัก
ทำเนียบผู้ประกอบการ
ข้อมูลงานวิจัย
งานวิจัยจากส่วนกลาง
งานวิจัยส่วนภูมิภาค
เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต
งานวิจัยจากส่วนท้องถิ่น กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
Home
Bio-chemicals
งานวิจัยจากส่วนท้องถิ่น
Biochemicals Research Services ?
ผลงานวิจัยส่วนท้องถิ่น กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
5 อันดับผลงานล่าสุด
ที่ถูกอัพเดทในฐานข้อมูล
การพัฒนาเจลต้านการอักเสบจากสารสกัดไพลและดีปลี
: นิภาพร ไทยพัฒนกิจ สายสุดา แสงกล้า พรรณิภา เจ๊กแตงพะเนาว์ จตุพร ประทุมเทศ รัชฎาวรรณ อรรคนิมาตย์ และ
Views: 3
: 13 กุมภาพันธ์ 2569 08:05:12
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารสำคัญ ฤทธิ์ทางชีวภาพ และพัฒนาเจลสมุนไพรจากสารสกัดเหง้าไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) และสารสกัดผลดีปลี (Piper retrofractum Vahl.) มีการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Gas Chromatography-Mass Spectrometry (GC-MS) พบว่าสารสกัดเหง้าไพลมีสาร (E)-4-(3,4 Dimethoxyphenyl)but-3-en-1-ol อยู่ในกลุ่มฟีนิลบิวทินอยด์ ส่วนสารสกัดผลดีปลีมีสาร Piperine อยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ การทดสอบปริมาณสารสำคัญพบว่า สารสกัดเหง้าไพลมีค่าปริมาณสารฟีนอลิกรวมและสารฟลาโวนอยด์รวมสูงสุด 185.95 ± 23.29 mg GAE/g และ 217.80 ± 30.53 mg QCE/g ตามลำดับ ผลการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธีการทดสอบการกำจัดอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS พบว่าสารสกัดผลดีปลีมีค่า IC50 เท่ากับ 109.04 ± 2.33 และ 102.61 ± 0.50 µg/mL ตามลำดับ ขณะที่สารสกัดเหง้าไพลมีค่าการทดสอบความสามารถในการีดิวซ์เหล็กด้วยวิธี FRAP สูงสุด 519.24 ± 10.47 mM Fe2+/mg การทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบพบว่าสารสกัดผลดีปลีมีค่า IC50 ต่ำที่สุด 12.89 ± 0.61 µg/mL สำหรับเจลสมุนไพรที่พัฒนา 3 สูตร พบว่าเจลสารสกัดผลดีปลีมีประสิทธิภาพกำจัด NO สูงสุด ทั้งก่อนและหลังการทดสอบความคงตัว (IC50 = 16.18 ± 1.02 และ 15.05 ± 1.41 µg/mL, P>0.05) การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดผลดีปลีมีศักยภาพในการต้านการอักเสบที่ดี และสารสกัดผสมไพลและดีปลีทำให้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ดีขึ้นจากสารสกัดเหง้าไพลเดี่ยว จึงสามารถพัฒนาเป็นเจลสมุนไพรใช้ภายนอกเพื่อบรรเทาการอักเสบ รวมถึงเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการวิจัยทางคลินิกในอนาคต....
อ่านต่อ
ประสิทธิภาพการเพิ่มความชุ่มชื้นของเจลทำความสะอาดมือ ที่มีส่วนผสมของสารสกัดใบกรุงเขมา
: อนุชา ไทยวงษ์ ถวนันท์ ศรีพิสุทธิ์ และ นภัตสร ดิษฐาวุฒิกุล
Views: 6
: 10 กุมภาพันธ์ 2569 08:43:24
พบว่าพอลิแซ็กคาไรด์ที่สกัดได้จากใบกรุงเขมามีร้อยละของผลผลิตเท่ากับ 30.45 ± 1.18 ของน้ำหนักพืชแห้ง ภายหลังการเตรียมเจลพบว่าเกิดเจลในทุกตำรับ ตำรับ F1 และ F2 มีความ คงตัวดีภายใต้สภาวะเร่ง โดยตำรับ F2 เป็นสูตรที่มีความเหมาะสมที่สุดเนื่องจากมีเนื้อสัมผัสที่ไม่ข้นจนเกินไปและมีสีของตำรับไม่เข้มมาก จึงเป็นตำรับที่นำไปทดสอบประสิทธิภาพ ผลการทดสอบไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพ 4 ชนิด มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ Pseudomonas aeruginosa และ Staphylococcus aureus ได้ร้อยละ 99.99 ภายใน 1 นาที สำหรับประสิทธิภาพ ....
อ่านต่อ
ผลของถ่านชีวภาพต่อสมบัติทางเคมี ชีวภาพทางดิน และผลผลิตของมะเขือเทศราชินีบริโภคสด
: พรทิพย์ พุทธโส เสาวคนธ์ เหมวงษ์ และ ปาริชาติ ปานวงศ์
Views: 10
: 02 กุมภาพันธ์ 2569 10:49:56
ถ่านชีวภาพ เป็นวัสดุที่มีความสำคัญ สามารถปรับปรุงคุณภาพดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอิทธิพลของถ่านชีวภาพต่อสมบัติทางเคมี ชีวภาพของดิน และผลผลิตของมะเขือเทศบริโภคสด วางแผนการทดลองแบบสุ่มแบบสมบูรณ์ จำนวน 4 ซ้ำ ประกอบด้วย 3 กรรมวิธี ได้แก่ 1) ดินอย่างเดียว 2) ถ่านชีวภาพไม้ไผ่ และ 3) ถ่านชีวภาพแกลบ จากผลการทดลอง พบว่า การใช้ถ่านชีวภาพไม้ไผ่ และถ่านชีวภาพแกลบ ส่งผลทำให้มีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในดิน (36.77 mg kg-1) และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ (189.33 ....
อ่านต่อ
ประสิทธิผลการเป็นสารกันเสียของสารสกัดเปลือกกล้วยในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
: กรรณิการ์ ติ๊ตาวงศ์
Views: 25
: 29 ธันวาคม 2568 13:31:45
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการเป็นสารกันเสียของสารสกัดจากเปลือกกล้วยน้ำว้าในระยะการสุกที่ 5 และ 6 โดยในการสกัดใช้วิธีการสกัดโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และตัวทำละลาย 4 ชนิด ได้แก่ 50% เอทานอล, 50% อะซิโตน, 80% เอทานอล และ 80% อะซิโตน นำไปวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกพบว่า สารสกัดจาก 80% อะซิโตน และ 50% อะซิโตน ให้ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมสูงสุด เท่ากับ 19.92 ± 0.39 mg GAE/g extract และ 15.73 ± 0.10 mg GAE/g extract ตามลำดับ นำไปทดสอบฤทธิ์การยับยั้งและฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ก่อโรค ....
อ่านต่อ
ฤทธิ์ทางชีวภาพและองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันใบระกำ
: สัลวา ตอปี วิภาวรรณ วงศ์สุดาลักษณ์ เสาวคนธ์ อินทร์ด้วง ผจงสุข สุธารัตน์ และ สิริมาภรณ์ วัชรกุล
Views: 71
: 02 กันยายน 2568 08:03:05
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพและองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันใบระกำ โดยการสกัดด้วยวิธีกลั่นด้วยไอน้ำ เมื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโตรกราฟีร่วมกับแมสสโตรเมตรี (Gas Chromatography – Mass Spectrometry: GC-MS) พบว่าน้ำมันใบระกำมีกรดปาล์มิติก (Palmitic acid) เป็นสารสำคัญที่เป็นองค์ประกอบหลักโดยพบที่ร้อยละ 12.76 ของปริมาณทั้งหมดและพบองค์ประกอบย่อยทางเคมีอื่น ๆ ในกลุ่มของกรดไขมันและสเตอรอลพืช เมื่อทดสอบฤทธิ์การต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคทั่วไปและสายพันธุ์ดื้อยากลุ่มที่สร ....
อ่านต่อ
Displaying all of Biochemicals Research
Loading...