หน้าหลัก
ทำเนียบผู้ประกอบการ
ข้อมูลงานวิจัย
งานวิจัยจากส่วนกลาง
งานวิจัยส่วนภูมิภาค
เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต
งานวิจัยจากส่วนท้องถิ่น กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
Home
Bio-chemicals
งานวิจัยจากส่วนท้องถิ่น
Biochemicals Research Services ?
ผลงานวิจัยส่วนท้องถิ่น กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
5 อันดับผลงานล่าสุด
ที่ถูกอัพเดทในฐานข้อมูล
การสกัดไฟโตลิพิดจากเปลือกและจุกสับปะรดสายพันธุ์ปัตตาเวีย
: พัชราพรสิณี สัญฑิติธนาพร
Views: 10
: 17 มิถุนายน 2569 07:58:26
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาวิธีการสกัดไขมันไฟโตลิพิด จากสับปะรดสายพันธ์ปัตตาเวีย ส่วนเปลือกและหัวจุกซึ่งเป็นส่วนเหลือทิ้งจากการบริโภคสับปะรด ด้วยวิธีการใช้คลื่นเสียงอัลตรา โซนิคความถี่สูงที่สามารถสั่นสะเทือนอนุภาคของตัวอย่างพืช เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัด โดยทำการศึกษาสัดส่วนของการผสมสารละลายขั้วสูง (Ethanol) และขั้วต่ำ (Hexane) ที่สามารถ สกัดสารสำคัญไฟโตลิพิดออกมา ได้แก่ Hexane ร้อยละ 0, 5, 10 และ 20 (v/v) จากนั้นใช้เทคนิค การ separation ที่ใช้ความต่างขั้วของตัวทำละลายในการแยกสารไฟโตลิพิด ด้วย petroleum ether แล้วทำการระเหยเอาตัวทำละลายออกจนเหลือแต่สารสกัดไฟโตลิพิด พบว่า กลุ่มเปลือกและ จุกสับปะรดที่สกัดด้วย Hexane 5% ให้ร้อยละผลผลิตสูงที่สุด คือ 6.23±0.72 และ 2.30±0.44 ตามลำดับ การวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดไฟโตลิพิดด้วยวิธี DPPH พบว่า กลุ่มเปลือก และจุกที่สกัดด้วย Hexane 5% ให้ค่า IC50 ต่ำที่สุด ได้แก่ 0.46±0.07 และ 0.67±0.08 มิลลิกรัมต่อ มิลลิลิตร ตามลำดับ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากวิธี Total antioxidant capacity (TAC) พบได้มาก ที่สุดในสารสกัดเปลือกสับปะรดที่สกัดด้วย Hexane 5% (2106±34.11 TAC mg TE/gm extract) ส่วนในสารสกัดกลุ่มจุกพบว่า ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (TAC) ที่ดีที่สุด คือ จุกที่สกัดด้วย Hexane 10% (1388.70±130.35 TAC mg TE/gm extract) และเมื ่อนำสารสกัดไขมันที่ได้มาวิเคราะห์หา สารประกอบไขมันด้วยวิธี GCMS สารประกอบไขมันที่พบในปริมาณสูงในการสกัดไฟโตลิพิดจาก สับปะรดส่วนจุกและส่วนเปลือกของสับปะรดสายพันธุ์ปัตตาเวีย คือ n-Hexadecanoic acid (Palmitic acid), 9,12-Octadecadienoic acid (Z,Z)-(Linoleic acid), 9,12,15-Octadecatrienoic acid, ethyl ester, (Z,Z,Z)- (....
อ่านต่อ
การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเทคนิคทินเลเยอร์โครมาโทกราฟีสมรรถนะสูงและการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของข่า ขมิ้นชัน และไพล
: จริยา แก้วคำภา กอบกุล นงนุช ภานิชา พงศ์นราทร รณชัย ภูวันนา และ นฤวัตร ภักดี
Views: 79
: 10 เมษายน 2569 10:33:22
ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีการใช้พืชสมุนไพรในการแพทย์แผนไทยอย่างยาวนาน โดยเฉพาะพืชในวงศ์ Zingiberaceae ได้แก่ ข่า (Alpinia galanga (L.) Willd.) ขมิ้นชัน (Curcuma longa L.) และไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลายพิมพ์ทางเคมีของสมุนไพรทั้งสามชนิดด้วยเทคนิคทินเลเยอร์โครมาโทกราฟีสมรรถนะสูง (HPTLC) และประเมินฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH ผลการศึกษาพบว่า ขมิ้นชันมีปริมาณสารสกัดหยาบสูงที่สุด (21.48%) รองลงมา คือ เหง้าไพล (10 ....
อ่านต่อ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวจากสารสกัดเปลือกผลส้มแก้ว
: แสงสิทธิ์ กฤษฎี, ชมัยพร บุญสมภาร, เจนจิรา แสนบุรี, สิริภารัสมิ อัศวิปัญญาพร, สลิลทิพย์ กุลศิลารักษ์ และ อังคนุช ทุมปัด
Views: 73
: 20 มีนาคม 2569 14:32:00
ส้มแก้วเป็นพืชท้องถิ่นที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดสมุทรสงคราม มีความโดดเด่นมีเปลือกผลหนากว่าส้มทั่วไป และปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะรูปแบบเซรั่ม วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาเซรั่มจากสารสกัดเปลือกผลส้มแก้ว และศึกษาประสิทธิผลด้านความชุ่มชื้นของผิว วิธีการศึกษา: สกัดสารสำคัญจากเปลือกผลส้มแก้วด้วยเอทานอลเป็นเวลา 7 วัน ด้วยเครื่องระเหยแบบหมุน พบว่าเปลือกผลส้มแก้วมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธี DPPH นำมาพัฒนาเป็นเซรั่ม 3 สูตร ทดสอบความคงตัวในสภาวะเร่ง 7 รอบ ที่อุณหภูมิ 5 ....
อ่านต่อ
การพัฒนาสบู่เหลวจากสารสกัดย่านางที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
: กมลวรรณ จงจิตต์ จารุวรรณ ดรเถื่อน พชรมน สอนเจริญ
Views: 71
: 20 มีนาคม 2569 14:25:39
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดย่านางและพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่เหลวจากสารสกัดย่านางที่มีความคงตัวด้านเคมีและกายภาพโดยนําใบแก่ย่านางมาอบที่อุณภูมิ 50 องศาเซลเซียส บดเป็นผง แล้วสกัดด้วย 95%เอทานอล ในอัตราส่วน 1:20 ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดย่านางด้วยการทดสอบ DPPH radical scavenging assayตั้งตํารับสบู่เหลวสารสกัดย่านาง 5 ตํารับ เปรียบเทียบกับตํารับเบส ทดสอบลักษณะทางเคมีและกายภาพ และวัดปริมาณและความคงทนของฟองสบู่เหลวผลการศึกษาพบว่า สารสกัดย่านางมีฤทธิ์ต ....
อ่านต่อ
การพัฒนาเจลต้านการอักเสบจากสารสกัดไพลและดีปลี
: นิภาพร ไทยพัฒนกิจ สายสุดา แสงกล้า พรรณิภา เจ๊กแตงพะเนาว์ จตุพร ประทุมเทศ รัชฎาวรรณ อรรคนิมาตย์ และ
Views: 98
: 13 กุมภาพันธ์ 2569 08:05:12
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารสำคัญ ฤทธิ์ทางชีวภาพ และพัฒนาเจลสมุนไพรจากสารสกัดเหง้าไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) และสารสกัดผลดีปลี (Piper retrofractum Vahl.) มีการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Gas Chromatography-Mass Spectrometry (GC-MS) พบว่าสารสกัดเหง้าไพลมีสาร (E)-4-(3,4 Dimethoxyphenyl)but-3-en-1-ol อยู่ในกลุ่มฟีนิลบิวทินอยด์ ส่วนสารสกัดผลดีปลีมีสาร Piperine อยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ การทดสอบปริมาณสารสำคัญพบว่า สารสกัดเหง้าไพลมีค่าปริมาณสารฟีนอลิกรวมและสารฟลาโวนอยด์รวมส ....
อ่านต่อ
Displaying all of Biochemicals Research
Loading...