หน้าหลัก
ทำเนียบผู้ประกอบการ
ข้อมูลงานวิจัย
งานวิจัยจากส่วนกลาง
งานวิจัยส่วนภูมิภาค
เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต
งานวิจัยจากส่วนท้องถิ่น กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
Home
Bio-chemicals
งานวิจัยจากส่วนท้องถิ่น
Biochemicals Research Services ?
ผลงานวิจัยส่วนท้องถิ่น กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
5 อันดับผลงานล่าสุด
ที่ถูกอัพเดทในฐานข้อมูล
การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเทคนิคทินเลเยอร์โครมาโทกราฟีสมรรถนะสูงและการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของข่า ขมิ้นชัน และไพล
: จริยา แก้วคำภา กอบกุล นงนุช ภานิชา พงศ์นราทร รณชัย ภูวันนา และ นฤวัตร ภักดี
Views: 12
: 10 เมษายน 2569 10:33:22
ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีการใช้พืชสมุนไพรในการแพทย์แผนไทยอย่างยาวนาน โดยเฉพาะพืชในวงศ์ Zingiberaceae ได้แก่ ข่า (Alpinia galanga (L.) Willd.) ขมิ้นชัน (Curcuma longa L.) และไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลายพิมพ์ทางเคมีของสมุนไพรทั้งสามชนิดด้วยเทคนิคทินเลเยอร์โครมาโทกราฟีสมรรถนะสูง (HPTLC) และประเมินฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH ผลการศึกษาพบว่า ขมิ้นชันมีปริมาณสารสกัดหยาบสูงที่สุด (21.48%) รองลงมา คือ เหง้าไพล (10.36%) และเหง้าข่า (7.09%) การวิเคราะห์ HPTLC ที่ความยาวคลื่น 254 และ 366 นาโนเมตร พบตำแหน่ง spot ที่สอดคล้องกับสารมาตรฐาน ได้แก่ ตำแหน่งที่ 1 bisdemethoxycurcumin (Rf = 0.35) ตำแหน่งที่ 2 demethoxycurcumin (Rf = 0.44) และตำแหน่งที่ 3 curcumin (Rf = 0.57) แสดงถึงการมีสารในกลุ่ม curcuminoids สำหรับการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ พบว่า เหง้าข่าแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยค่า IC50 เท่ากับ 0.1285 mg/ml เหง้าขมิ้นชันมีค่า IC50 เท่ากับ 0.0409 mg/ml และเหง้าไพลมีค่า IC50 เท่ากับ 0.1283 mg/ml สรุปผลการศึกษา สมุนไพรข่า ขมิ้นชัน และไพล มีสารสำคัญในกลุ่ม curcuminoids และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยขมิ้นชันมีฤทธิ์ดีที่สุด ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพในอนาคต....
อ่านต่อ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวจากสารสกัดเปลือกผลส้มแก้ว
: แสงสิทธิ์ กฤษฎี, ชมัยพร บุญสมภาร, เจนจิรา แสนบุรี, สิริภารัสมิ อัศวิปัญญาพร, สลิลทิพย์ กุลศิลารักษ์ และ อังคนุช ทุมปัด
Views: 35
: 20 มีนาคม 2569 14:32:00
ส้มแก้วเป็นพืชท้องถิ่นที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดสมุทรสงคราม มีความโดดเด่นมีเปลือกผลหนากว่าส้มทั่วไป และปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะรูปแบบเซรั่ม วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาเซรั่มจากสารสกัดเปลือกผลส้มแก้ว และศึกษาประสิทธิผลด้านความชุ่มชื้นของผิว วิธีการศึกษา: สกัดสารสำคัญจากเปลือกผลส้มแก้วด้วยเอทานอลเป็นเวลา 7 วัน ด้วยเครื่องระเหยแบบหมุน พบว่าเปลือกผลส้มแก้วมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธี DPPH นำมาพัฒนาเป็นเซรั่ม 3 สูตร ทดสอบความคงตัวในสภาวะเร่ง 7 รอบ ที่อุณหภูมิ 5 ....
อ่านต่อ
การพัฒนาสบู่เหลวจากสารสกัดย่านางที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
: กมลวรรณ จงจิตต์ จารุวรรณ ดรเถื่อน พชรมน สอนเจริญ
Views: 27
: 20 มีนาคม 2569 14:25:39
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดย่านางและพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่เหลวจากสารสกัดย่านางที่มีความคงตัวด้านเคมีและกายภาพโดยนําใบแก่ย่านางมาอบที่อุณภูมิ 50 องศาเซลเซียส บดเป็นผง แล้วสกัดด้วย 95%เอทานอล ในอัตราส่วน 1:20 ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดย่านางด้วยการทดสอบ DPPH radical scavenging assayตั้งตํารับสบู่เหลวสารสกัดย่านาง 5 ตํารับ เปรียบเทียบกับตํารับเบส ทดสอบลักษณะทางเคมีและกายภาพ และวัดปริมาณและความคงทนของฟองสบู่เหลวผลการศึกษาพบว่า สารสกัดย่านางมีฤทธิ์ต ....
อ่านต่อ
การพัฒนาเจลต้านการอักเสบจากสารสกัดไพลและดีปลี
: นิภาพร ไทยพัฒนกิจ สายสุดา แสงกล้า พรรณิภา เจ๊กแตงพะเนาว์ จตุพร ประทุมเทศ รัชฎาวรรณ อรรคนิมาตย์ และ
Views: 46
: 13 กุมภาพันธ์ 2569 08:05:12
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารสำคัญ ฤทธิ์ทางชีวภาพ และพัฒนาเจลสมุนไพรจากสารสกัดเหง้าไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) และสารสกัดผลดีปลี (Piper retrofractum Vahl.) มีการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Gas Chromatography-Mass Spectrometry (GC-MS) พบว่าสารสกัดเหง้าไพลมีสาร (E)-4-(3,4 Dimethoxyphenyl)but-3-en-1-ol อยู่ในกลุ่มฟีนิลบิวทินอยด์ ส่วนสารสกัดผลดีปลีมีสาร Piperine อยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ การทดสอบปริมาณสารสำคัญพบว่า สารสกัดเหง้าไพลมีค่าปริมาณสารฟีนอลิกรวมและสารฟลาโวนอยด์รวมส ....
อ่านต่อ
ประสิทธิภาพการเพิ่มความชุ่มชื้นของเจลทำความสะอาดมือ ที่มีส่วนผสมของสารสกัดใบกรุงเขมา
: อนุชา ไทยวงษ์ ถวนันท์ ศรีพิสุทธิ์ และ นภัตสร ดิษฐาวุฒิกุล
Views: 53
: 10 กุมภาพันธ์ 2569 08:43:24
พบว่าพอลิแซ็กคาไรด์ที่สกัดได้จากใบกรุงเขมามีร้อยละของผลผลิตเท่ากับ 30.45 ± 1.18 ของน้ำหนักพืชแห้ง ภายหลังการเตรียมเจลพบว่าเกิดเจลในทุกตำรับ ตำรับ F1 และ F2 มีความ คงตัวดีภายใต้สภาวะเร่ง โดยตำรับ F2 เป็นสูตรที่มีความเหมาะสมที่สุดเนื่องจากมีเนื้อสัมผัสที่ไม่ข้นจนเกินไปและมีสีของตำรับไม่เข้มมาก จึงเป็นตำรับที่นำไปทดสอบประสิทธิภาพ ผลการทดสอบไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพ 4 ชนิด มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ Pseudomonas aeruginosa และ Staphylococcus aureus ได้ร้อยละ 99.99 ภายใน 1 นาที สำหรับประสิทธิภาพ ....
อ่านต่อ
Displaying all of Biochemicals Research
Loading...