หน้าหลัก
ทำเนียบผู้ประกอบการ
ข้อมูลงานวิจัย
งานวิจัยจากส่วนกลาง
งานวิจัยส่วนภูมิภาค
เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต
งานวิจัยจากส่วนกลาง กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
Home
Bio-chemicals
งานวิจัยจากส่วนกลาง
Biochemicals Research Services ?
ผลงานวิจัยจากส่วนกลาง กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
5 อันดับผลงานล่าสุด
ที่ถูกอัพเดทในฐานข้อมูล
ประสิทธิภาพของสารสกัดน้อยหน่าต่อหนอนใยผัก
: ธนิตา ค่าอานวย, ศิริพร สอนท่าโก, ณัฐพร ฉันทศักดา, และพจนีย์ หน่อฝั้น
Views: 23
: 1/12/2026 1:06:35 PM
การผลิตพืชอินทรีย์มีข้อจำกัดในการใช้สารควบคุมศัตรูและโรคพืช การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดน้อยหน่าต่อหนอนใยผักนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำสารสกัดจากน้อยหน่ามาใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชในการผลิตพืชอินทรีย์และเป็นทางเลือกในการใช้สารของเกษตรกร ทำการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากน้อยหน่าโดยการเตรียมสารสกัดที่ไม่ขัดต่อข้อกำหนดของมาตรฐานอินทรีย์ ศึกษาในน้อยหน่าพันธุ์หนังและพันธุ์เพชรปากช่องโดยแยกเป็นส่วนของใบและเมล็ด วางแผนการทดลองแบบ CRD 4 ซ้ำ มีอัตราของสารสกัดเป็นกรรมวิธี ในส่วนใบทำการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากใบแบบสดและใบแบบแห้งที่แช่น้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมง พบว่า สารสกัดจากใบน้อยหน่าทั้งแบบสดและแห้งมีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนใยผักไม่สูง โดยใบแบบสดสารสกัดของน้อยหน่าพันธุ์หนังที่อัตรา 10% น้ำหนักต่อปริมาตร (%w/v) และน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องที่อัตรา 5% น้ำหนักต่อปริมาตร (%w/v) มีประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนใยผักได้ 37 และ 61% ตามลำดับ ส่วนสารสกัดของใบน้อยหน่าแบบแห้งทั้ง 2 พันธุ์ ที่อัตรา 0.5–10% น้ำหนักต่อปริมาตร (%w/v) ทำให้หนอนใยผักตายสูงกว่า 40%สำหรับส่วนของเมล็ดน้อยหน่าทำการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากเมล็ดที่สกัดโดยการแช่น้ำและแช่เอทานอลเป็นเวลา 24 ชั่วโมง พบว่าในน้อยหน่าพันธุ์หนัง สารสกัดของเมล็ดที่แช่ด้วยเอทานอลมีประสิทธิภาพสูงกว่าสารสกัดของเมล็ดที่แช่ด้วยน้ำ โดยสารสกัดของเมล็ดน้อยหน่าพันธุ์หนังแช่เอทานอลที่อัตรา 10% สามารถทำให้หนอนใยผักตายได้ถึง 100% สำหรับเมล็ดน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง สารสกัดที่แช่ด้วยน้ำ 20% น้ำหนักต่อปริมาตร (%w/v) สารสกัดที่แช่ด้วยเอทานอล 5 และ 10% น้ำหนักต่อปริมาตร (%w/v) ให้ผลประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนใยผักสูง 76%, 81% และ 95% ตามลำดับ จากผลการทดสอบข้....
อ่านต่อ
การประเมินความเป็นพิษทางพันธุกรรมของสารสกัดผักแพวด้วยวิธีin vitroalkaline comet
: พราว ศุภจริยาวัตร สุจริต อุ่นกาศ วิจิตรา สุดห่วง เสกรชตกร บัวเบา และ พรชัย สินเจริญโภไคย
Views: 76
: 9/16/2025 8:19:34 AM
ผักแพว (Persicaria odorataLour.) เป็นพืชที่ใช้บริโภคและมีสรรพคุณทางยาพื้นบ้านอย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านความปลอดภัยและความเป็นพิษทางพันธุกรรมยังมีจ ากัดการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเป็นพิษทางพันธุกรรมของสารสกัด 80% เอทานอลของผักแพว โดยใช้วิธีin vitroalkaline comet assay เซลล์ลิมโฟบลาสต์ของมนุษย์ (TK-6) ถูกบ่มด้วยสารสกัดผักแพวที่ความเข้มข้นต่างๆ (78.13, 156.25, 312.5, 625 และ 1,250 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร) โดยใช้ ethyl methane sulfonate (EMS) ที่ความเข้มข้น 1,000 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรเป็นกลุ่มค ....
อ่านต่อ
ปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดดอกอัญชันด้วยวิธีการสกัดที่แตกต่างกัน
: กิตติพจน์ เพิ่มพูล พิมลพรรณ เทียมกระโทก พิมพ์ชนก สตภูมินทร์ และ อินทิรา ขูดแก้ว
Views: 72
: 9/11/2025 11:34:26 AM
อัญชัน (Clitoria ternatea) เป็นพืชที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพมากมาย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณสารพฤกษเคมี ได้แก่ สารประกอบฟีนอล ฟลาโวนอยด์ วิตามินซี และแอนโทไซยานิน รวมถึงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดดอกอัญชันด้วยวิธีแช่หมัก (maceration) และการสกัดด้วยซอกห์เลต (Soxhlet extraction) ผลการศึกษาพบว่า สารสกัดดอกอัญชันมีปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้นเพิ่มขึ้น โดยมีปริมาณสารประกอบฟีนอลมากที่สุด (มีค่าสูงถึง 156.12±17.98 mg GAE/g extract) รองลงมา ได้แก่ ฟลาโวนอ ....
อ่านต่อ
ประสิทธิภาพของชอล์กสมุนไพรไล่มดจากสารสกัดข่า
: อิสสริยา เอี่ยมสุวรรณ ทวีพร พันธุ์พาณิชย์ ศราวุธ สุทธิรัตน์ และ ณัฐริณี หอระตะ
Views: 143
: 7/9/2025 8:11:50 AM
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชอล์กสมุนไพรจากสารสกัดข่าในการไล่มดละเอียด และเพื่อกำหนดระยะทางที่เหมาะสมสำหรับการขีดชอล์ก โดยทดสอบชอล์กสมุนไพรจากสารสกัดข่าที่ความเข้มข้น 5%w/v 10%w/v และ 15%w/v เปรียบเทียบกับชอล์กกลุ่มควบคุมบวกที่มีส่วนผสมของ 12%w/w DEET และชอล์กกลุ่มควบคุมลบที่มีส่วนผสมของน้ำกลั่น ผลการทดลองพบว่า ชอล์กกลุ่มควบคุมแบบบวกมีอัตราการไล่มด 100% (%Repellency = 100) ขณะที่ชอล์กกลุ่มควบคุมแบบลบมีอัตราการไล่มด 0% (%Repellency = 0) สำหรับชอล์กสมุนไพรจากสารสกัดข่าที่ความเ ....
อ่านต่อ
การเปรียบเทียบปริมาณกรดกาแลคทูโรนิกและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของเพคตินที่สกัดจากเปลือกผลไม้เหลือทิ้ง
: จุฑามาศ ดวงกมล เขมณัฏฐ์ ภาปัทมาสน์ ปาริชาต บุริขันธ์ ศิริภัคร นิศากร โยษิตา เอกสกุลทรัพย์ กนกรดา คง
Views: 111
: 7/3/2025 8:49:26 AM
นวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบปริมาณกรดกาแลคทูโรนิกและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของเพคตินที่สกัดจากเปลือกผลไม้เหลือทิ้ง5 ชนิดได้แก่ ส้มโอ ทับทิม มะนาว ฝรั่ง และเสาวรสเพคตินจากเปลือกผลไม้เหล่านี้ถูกสกัดด้วยกระบวนการไฮโดรไลซิสด้วยกรดและตกตะกอนด้วยเอทานอล99%พบปริมาณกรดกาแลคทูโรนิกในเพคตินจากเปลือกเสาวรสมากที่สุด รองลงมา คือ ฝรั่ง ทับทิม ส้มโอและมะนาว ตามลําดับจากนั้นนําไปหาปริมาณกรดกาแลกทูโรนิกในเพคตินและศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วย 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH) พบว่าเพคตินจากเปลือกทับทิ ....
อ่านต่อ
Displaying all of Biochemicals Research
Loading...