งานวิจัย กลุ่มอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals)

ข้อมูลงานวิจัยอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals Research)

งานวิจัยส่วนท้องถิ่น
อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals)
ณัชชารีย์ จันทร์แจ่มกระจ่าง ศุภสุนันท์ การศักดิ์ จารุกมล คันธวงค์ และ บัณฑิตาภรณ์ ศิริจันทร์ชื่น
การศึกษาเบื้องต้นเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อระบบหัวใจของ ยาชีววัตถุคล้ายคลึงกับยาต้นแบบของยาทราสทูซูแมบในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น: การศึกษาแบบย้อนหลัง
THE PRELIMINARY REPORT ON COMPARATIVE EFFICACY AND CARDIAC SAFETY OF TRASTUZUMAB BIOSIMILARS TO THE
ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาชีววัตถุคล้ายคลึงของทราสทูซูแมบยังไม่พบการศึกษาในประเทศไทย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาชีววัตถุคล้ายคลึงเปรียบเทียบกับยาต้นแบบของยาทราสทูซูแมบในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลังนี้รวบรวมข้อมูลจาก เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นที่มีการแสดงออกของตัวรับ HER2 ได้รับการรักษาด้วย ยาทราสทูซูแมบต้นแบบหรือชีววัตถุคล้ายคลึงเป็นครั้งแรก ในช่วงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ถึง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ผลลัพธ์หลัก คือ อาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบหัวใจเป็นระยะเวลา 1 ปีและอัตราการตอบสนอง โดยมีผู้ป่วยผ่านเกณฑ์คัดเข้าทั้งหมด 54 ราย เป็นผู้ป่วยในกลุ่มยาต้นแบบ 30 ราย (ร้อยละ 55.6) และกลุ่มยาชีววัตถุคล้ายคลึง 24 ราย (ร้อยละ 44.4) ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นเพศหญิงอายุเฉลี่ย 57.5 ปี ในกลุ่มยาต้นแบบ และ 51.8 ปี ในกลุ่มยาชีววัตถุคล้ายคลึง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับยาเคมีบำบัดสูตร AC (adriamycin, cyclophosphamide) + ยาเคมีบำบัดกลุ่ม taxane ทุก 3 สัปดาห์ ทั้งกลุ่มยาต้นแบบและกลุ่มยาชีววัตถุคล้ายคลึงมีอัตราการตอบสนองใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 93.3 และ 90.9 ตามลำดับ โดยพบว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจล้มเหลวหลังได้รับยา ทราสทูซูแมบจำนวน 2 รายในกลุ่มยาต้นแบบและไม่พบในกลุ่มยาชีววัตถุคล้ายคลึง ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้นแบบมีค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนแปลงการบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้ายอยู่ที่ร้อยละ -6.2 และ -0.4 ตามลำดับ โดยไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การศึกษาเบื้องต้นนี้แสดงให้เห็นแนวโน้มว่าการรักษาด้วยยาทราสทูซูแมบทั้งยาต้นแบบและยาชีววัตถุคล้ายคลึงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นที่มีการแสดงออกของตัวรับ HER2 ไม่แตกต่างกันในแง่ของประสิทธิภาพและอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบหัวใจ
Due to limited research in Thailand, this study was conducted to compare the efficacy and safety of trastuzumab biosimilars to the prototype in the treatment of early breast cancer. Data was collected from electronic medical records of patients with HER2-positive early breast cancer who were first treated with trastuzumab biosimilars or the prototype between 1 August 2019 and 1 October 2021 at Maharaj Nakorn Chiang Mai Hospital. The primary outcomes of a one-year follow up were cardiotoxicity and response rate. Of the 54 patients included in the study, 30 were in the prototype group (55.6%) and 24 in the biosimilar group (44.4%). All patients were women with an average age 57.5 years in the prototype group and 51.8 years in the biosimilar group. Most patients received trastuzumab with paclitaxel every 3 weeks following the regimen of adriamycin and cyclophosphamide. The response rate for both groups was similar with 93.3% in the prototype and 90.9% in the biosimilar. During the trastuzumab treatment, two patients in the prototype group were diagnosed with heart failure, while none in the biosimilar group received this diagnosis. The mean change of the left ventricular ejection fraction (LVEF) from baseline was greater, but was not anymore significant in the prototype group than that of the biosimilar group; -6.2% vs -0.4% This pilot study showed that the trastuzumab biosimilars revealed a similar efficacy and cardiotoxicity compared with that of the prototype group in treating HER2-positive early breast cancer.
ทราสทูซูแมบ, ยาต้นแบบ, ยาชีววัตถุคล้ายคลึง, มะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น, การบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้าย
trastuzumab, originator, biosimilar, early breast cancer, left ventricular ejection fraction
2023