หน้าหลัก
บริการข้อมูล
นำเข้าส่ง - ส่งออก
อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ
อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ
อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์
ห้องปฏิบัติการ
กฎ ระเบียบ มาตรการและนโยบาย
กฎ ระเบียบ
นโยบาย มาตรการ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ
บทวิเคราะห์
Value Chain
อ้อย
มันสำปะหลัง
ปาล์มน้ำมัน
ข้าว
ข้าวโพด
กัญชาและกัญชง
สับปะรด
กาแฟ
โกโก้
ขมิ้น
ฟ้าทะลายโจร
Supply Chain
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ
พอลิแลคติคแอซิด (PLA)
TPS
พอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอท (Polyhydroxyalkanoates หรือ PHAs)
พอลิบิวทิลีนอะดิเพทเทเรฟทาเลท (Polybutylene Adipate Terephthalate หรือ เรียกโดยย่อว่า PBAT)
พลาสติกชีวภาพ: พอลิบิวทิลีนซัคซิเนต (Polybutylene succinate: PBS)
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ
กรดอะมิโน
กรดอินทรีย์
เอนไซม์ (Enzyme)
กรดแลคติก (Lactic acid)
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์
วัคซีน
Monoclonal Antibody
Recombinant Hormones
ยาปฏิชีวนะ (antibiotic)
โพรไบโอติก (Probiotics)
บทวิเคราะห์เชิงลึก
บทวิเคราะห์เชิงลึกเรื่อง การศึกษายุทธศาสตร์
บทวิเคราะห์เชิงลึก “แนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไทย เตรียมพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพของอาเซียน”
บทวิเคราะห์เชิงลึก การศึกษาและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีความต้องการสูงในตลาดเอเชียและการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่สอดรับกับความต้องการของตลาด
บทวิเคราะห์เชิงลึก การศึกษาข้อมูลการประเมินวัฏจักรชีวิตและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อวางแนวทางการปรับปรุงการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพให้บรรลุตามเป้าหมาย ‘Net Zero’
บทวิเคราะห์เชิงลึกการเจาะตลาดอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพสู่การรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลของประเทศมุสลิมในอาเซียน
บทวิเคราะห์เชิงลึกแนวทางการส่งเสริมการใช้ผลผลิตปาล์มน้ำมันส่วนเกินสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง
Green Tax Expense Approval Report
สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ
Home
Bio Innovation Linkage
จากอวนประมงสู่เส้นฟิลาเมนต์ นวัตกรรมจุฬาฯ รีไซเคิลขยะจากทะเล แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
เนื้อเรื่อง :
จุฬาฯ พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลอวนประมงเป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับการพิมพ์ 3 มิติ ลดขยะทะเล สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มรายได้ให้ชุมชนประมง
เนื้อหา :
ทุกครั้งที่เดินเล่นริมชายหาด นอกจากความงามของทะเลและสายลมเค็มที่พัดเอาความสดชื่นมาให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ ดร.ณัฐพล ไร่สงัด อาจารย์จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่อาจมองข้ามได้เลย คือขยะพลาสติกที่กระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งขวดน้ำ เศษถุงพลาสติก เศษผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนของของใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สร้างผลกระทบมากที่สุดคืออวนประมงที่ถูกทิ้งและลอยเกยชายฝั่ง ซึ่งเรามักเรียกกันว่า “อวนผี” – หนึ่งในขยะที่ส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างเงียบงัน แม้งานวิจัยหลักของ ดร.ณัฐพล จะมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติเพื่อใช้งานทางการแพทย์และด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไฮโดรเจลสำหรับงานสร้างเนื้อเยื่อ ไปจนถึงวัสดุยืดหยุ่นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ด้วยความรักในท้องทะเลและความห่วงใยต่อความปลอดภัยของอาหารทะเล ดร.ณัฐพล ก็ไม่อาจปล่อยให้อวนผีลอยนวลอยู่ในทะเลหรือถูกทิ้งเกลื่อนตามชายหาดโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีพอลิเมอร์จึงริเริ่มโครงการ “การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ” โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) และได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง รวมถึงการร่วมมือในการวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ด้วยความหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน “ในประเทศไทยมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว โดยชาวบ้านขายอวนเก่าให้กับพ่อค้าที่รับซื้อเพื่อนำไปรีไซเคิล แต่ยังไม่มีการนำพลาสติกไนลอนจากอวนเหล่านี้มาใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์สามมิติ” ดร.ณัฐพล กล่าวถึงโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม” อวนผี ภัยร้ายแห่งท้องทะเล ดร.ณัฐพลอธิบายว่า “อวนผี” (Ghost Net) เป็นชื่อที่เรียกอวนประมงที่ถูกทิ้งและล่องลอยไปมาในมหาสมุทรโดยไร้ทิศทางเหมือนผี เมื่อลอยไปที่ใด ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่อยู่ตรงนั้น ซึ่งผลกระทบของอวนผีต่อระบบนิเวศทางทะเลนั้นรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด “เมื่ออวนประมงถูกทิ้งหรือหลุดหายลงสู่ทะเล มันยังคงทำหน้าที่ดักจับสัตว์ทะเลต่อไปเหมือนตอนถูกใช้งาน แต่ครั้งนี้จะไม่มีชาวประมงมาเก็บผลผลิต สัตว์ทะเลที่ติดอวนจึงมักไม่สามารถรอดชีวิตได้ เราอาจคุ้นตากับภาพเต่าทะเลหรือปลาที่พันติดอวนผ่านสื่อต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริง เหล่านั้นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของปัญหาที่เกิดขึ้นใต้ผืนน้ำเท่านั้น” อีกส่วนของปัญหาจากอวนผีคือ “ไมโครพลาสติก” ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทบต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทางทะเลและมนุษย์ ดร.ณัฐพลกล่าว “อวนเหล่านี้เมื่อถูกแสงแดด คลื่น และสภาพแวดล้อมทางทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน เส้นใยพลาสติกจะค่อย ๆ แตกตัวจนกลายเป็นไมโครพลาสติก ซึ่งสามารถกระจายสะสมอยู่ในน้ำทะเลและถูกกินโดยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างแพลงก์ตอนหรือสัตว์น้ำวัยอ่อน ไมโครพลาสติกเหล่านี้จึงถูกส่งต่อและสะสมขึ้นเรื่อย ๆ ในห่วงโซ่อาหารจนถึงสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ และท้ายที่สุดอาจย้อนกลับมาสู่มนุษย์ผ่านการบริโภคอาหารทะเล” กระบวนการแปรรูป จากขยะสู่นวัตกรรม การเปลี่ยนอวนประมงที่ถูกทิ้งให้กลายเป็นเส้นฟิลาเมนต์คุณภาพสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติไม่ใช่กระบวนการที่ทำได้ในทันที แต่ต้องผ่านการแปรรูปหลายขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเก็บอวนผีขึ้นจากทะเลไปจนถึงการผลิตเป็นเส้นฟิลาเมนต์พร้อมใช้งาน ขั้นตอนแรก – การคัดแยกและทำความสะอาด เมื่อได้อวนมา สิ่งที่ต้องทำก่อนคือการแยกส่วนประกอบที่ไม่ต้องการออก เช่น ตะกั่ว ทุ่น โฟม เชือกอื่น ๆ รวมถึงเศษดิน ทราย หิน และเปลือกหอยที่ติดมากับอวน จากนั้นจึงนำไปล้างให้สะอาด ขั้นตอนนี้ถือเป็น “pain point” สำคัญ เพราะต้องใช้น้ำจำนวนมากและต้องการพื้นที่รองรับค่อนข้างมาก หากต้องการนำไปใช้จริงในระดับชุมชน จำเป็นต้องวางแผนเรื่องระบบน้ำและพื้นที่ล้างอย่างเหมาะสม ขั้นตอนที่สอง – การสับบดและคัดขนาด เมื่ออวนแห้งและสะอาดแล้ว จะถูกนำเข้าสู่เครื่องสับหรือเครื่องบดให้มีขนาดเล็กลง จากนั้นคัดแยกให้ได้เกล็ดพลาสติกที่มีขนาดเหมาะสมต่อการหลอมในขั้นตอนถัดไป ขั้นตอนที่สาม – การหลอมผสม อวนที่ถูกบดละเอียดแล้วจะถูกนำมาหลอมและผสมกับสารเติมแต่งต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติ จากนั้นจึงขึ้นรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ขั้นตอนที่สี่ – การดึงเป็นเส้น เม็ดพลาสติกรีไซเคิลจะถูกหลอมอีกครั้งและรีดผ่านหัวดายให้เป็นเส้นยาว ก่อนเข้าสู่เครื่องดึงเพื่อให้ได้เส้นฟิลาเมนต์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางคงที่ประมาณ 1.75 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด Fused Deposition Modeling (FDM) ดร.ณัฐพลอธิบายถึงเหตุผลที่ไม่ดึงเป็นเส้นตั้งแต่แรก แต่ต้องทำเป็นเม็ดก่อนว่า “อวนที่ได้มาในแต่ละครั้ง เราไม่รู้แหล่งที่มา ทำให้ไม่สามารถรู้ถึงคุณสมบัติของเส้นใย การทำเป็นเม็ดก่อนจะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์สุดท้ายได้ดีมากขึ้น” ฟิลาเมนต์และการพิมพ์สามมิติ โอกาสแห่งอนาคต เส้นฟิลาเมนต์คือเส้นพลาสติกที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด FDM (Fused Deposition Modeling) โดยเครื่องจะหลอมเส้นพลาสติกและพิมพ์ออกมาเป็นชั้น ๆ ตามแบบที่ออกแบบไว้ในคอมพิวเตอร์ จนกลายเป็นชิ้นงานสามมิติที่สมบูรณ์ ดร.ณัฐพลยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ว่า การใช้งานของเทคโนโลยีพิมพ์สามมิตินั้นหลากหลายมาก ตั้งแต่การทำของเล่น ของที่ระลึก ไปจนถึงการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันหลายอุตสาหกรรมได้นำ 3D printing มาใช้เพื่อลดขั้นตอนการผลิต ลดต้นทุน และย่นระยะเวลาในการพัฒนาสินค้า เช่น การผลิตชิ้นงานตัวอย่างสำหรับทดสอบรูปทรง การทำแม่แบบสำหรับกระบวนการผลิตต่าง ๆ หรือการสร้างชิ้นส่วนเฉพาะทาง ที่ในอดีตต้องใช้เวลานานกว่าจะผลิตได้ สำหรับโครงการวิจัยนี้ ดร.ณัฐพลมีแผนจะนำวัสดุรีไซเคิลจากอวนประมงไปพัฒนาชิ้นงานต้นแบบในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะที่ต้องการวัสดุที่มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบา นอกจากนี้ วัสดุที่ได้ยังสามารถต่อยอดเพื่อผลิตเป็นอุปกรณ์เสริม หรือชิ้นส่วนประกอบอื่น ๆ ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้อีกหลากหลายรูปแบบ ตามความต้อง ของแต่ละอุตสาหกรรม จุดเด่นของฟิลาเมนต์จากอวนรีไซเคิล ดร.ณัฐพลสรุปจุดเด่น 2 ประการที่ทำให้เส้นฟิลาเมนต์จากอวนรีไซเคิลมีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าเส้นฟิลาเมนต์แบบอื่น ๆ จุดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์นี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากผลิตจากขยะที่ถูกทิ้งในทะเลไทย การเพิ่มช่องทางการใช้งานพลาสติกรีไซเคิลจะช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบรีไซเคิล ส่งผลให้มีการเก็บรวบรวมและรีไซเคิลอวนเก่ามากขึ้น ในที่สุดจะส่งผลประโยชน์กลับไปยังชุมชนชาวประมงที่เป็นต้นทางของวัตถุดิบจุดเด่นด้านเทคนิค ทีมวิจัยสามารถปรับเปลี่ยนสมบัติของเส้นฟิลาเมนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการได้ แม้พลาสติกรีไซเคิลจะมีคุณสมบัติแตกต่างจากพลาสติกใหม่ แต่ด้วยการเติมสารเติมแต่งและการปรับสูตรอย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเส้นฟิลาเมนต์จากวัสดุใหม่ได้ โดยเฉพาะในด้านความแข็งแรงเชิงกล และความสามารถในการขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์ 3D ก้าวข้ามความท้าทาย การพัฒนานวัตกรรมไม่ใช่เส้นทางที่ราบเรียบหรือง่ายดาย ตรงกันข้าม ดร.ณัฐพลกล่าวถึงความท้าทายหลัก ๆ 3 ประการที่ต้องฟันฝ่า การควบคุมคุณภาพ เป็นประเด็นสำคัญของงานวิจัยนี้ ดร.ณัฐพลอธิบายว่า อวนที่เก็บมาจากแต่ละพื้นที่มักมีความแตกต่างกันทั้งด้านอายุการใช้งาน ระดับการเสื่อมสภาพ และการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกหรือโลหะหนัก ทำให้คุณสมบัติของวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ และยากต่อการนำไปพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับงานวิศวกรรมโดยตรง ดังนั้น การเปลี่ยนอวนให้เป็น “เม็ดพลาสติกรีไซเคิล” จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น และทำให้สมบัติต่าง ๆ ของวัสดุมีความคงที่มากพอสำหรับการพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ กระบวนการล้างทำความสะอาดอวน เป็นกระบวนการที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากและพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักการรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตจึงต้องมีการพัฒนากระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลง การสร้างความเชื่อมั่นในตลาด แม้ผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพดี แต่การที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลอาจทำให้บางกลุ่มลูกค้ารู้สึกไม่มั่นใจ การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการทดสอบจริงกับผู้ใช้และการรับรองคุณภาพอย่างเป็นทางการ แม้จะต้องรับมือกับความท้าทายหลายประการ แต่โครงการนี้ก็ยังสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ดร.ณัฐพล กล่าวว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เริ่มจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) ที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย บริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ที่สนับสนุนเม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมงและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลาสติก รวมถึงนักวิจัยร่วมโครงการจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ร่วมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต “กระบวนการพัฒนานวัตกรรมต้องผ่านการทดลองและปรับปรุงอยู่หลายรอบ ทั้งการปรับพารามิเตอร์ในการทำเส้นฟิลาเมนต์ และปรับสารเติมแต่งให้สามารถทำเส้นได้ พร้อมทั้งต้องวิเคราะห์ถึงการใส่สารเติมแต่งให้เหมาะสม” ดร.ณัฐพลกล่าวถึงข้อท้าทายในการวิจัย “การสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนต้องอาศัยความรู้และทักษะจากหลายสาขาวิชา ตั้งแต่เคมีพอลิเมอร์ วิศวกรรมวัสดุ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาด” อนาคตใหม่ของอวนผี-รีไซเคิล เฟสที่ 1 คือการพัฒนากระบวนการและสูตรการผลิต ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-10 เดือน เป้าหมายคือการสร้าง know-how ในการทำเม็ดพลาสติกและดึงเป็นเส้นฟิลาเมนต์ที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานวิจัย เฟสที่ 2 คือการขยายกำลังการผลิตและทดสอบตลาด จะมีการสร้าง supply chain ที่สมบูรณ์ โดยอาจมีบริษัทเอกชนเป็นผู้จัดหาเม็ดพลาสติกรีไซเคิล จากนั้นทีมวิจัยจะนำมาผสมสารเติมแต่งตามสูตรที่พัฒนาขึ้นแล้วส่งต่อให้บริษัท OEM ที่มีความชำนาญในการดึงเส้นพลาสติก สุดท้ายจึงนำมาบรรจุหีบห่อและทดสอบตลาด เฟสนี้คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 4-5 เดือน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พร้อมส่งให้ลูกค้าทดลองใช้และรับข้อมูลหรือความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุง เฟสที่ 3 คือการส่งผลกลับสู่ชุมชนและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์ เมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับการ ตอบรับที่ดีในตลาด จะมีการพัฒนาโครงการลงสู่ชุมชนชาวประมงโดยตรง โดยถ่ายทอดองค์ความรู้และกระบวนการแปรรูปเบื้องต้นให้กับชุมชน เพื่อให้สามารถเพิ่มมูลค่าของอวนเก่าก่อนขาย ดร.ณัฐพล กล่าวว่านวัตกรรมชิ้นนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ไม่เพียงแต่ลดของเสียและมลพิษ แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มในทุกขั้นตอนของวงจร “งานนี้เป็นโอกาสที่จะสร้างผลกระทบได้จริง ไม่ใช่แค่ในห้องปฏิบัติการ แต่ออกไปถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม” ดร.ณัฐพลหวังว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นที่สนใจ มีลูกค้านำไปใช้งานจริง เกิดประโยชน์จริง และสร้างผลกระทบเชิงบวกกลับมาให้กับสิ่งแวดล้อมในที่สุด “ในระยะเริ่มต้น เราวางแผนที่จะพัฒนาตลาดภายในประเทศก่อน เนื่องจากเป็นโอกาสที่สามารถต่อยอดได้ทันทีและช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมในไทย หากผลิตภัณฑ์มีศักยภาพและได้รับการยอมรับในตลาดภายในประเทศแล้ว ค่อยพิจารณาขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป ซึ่งการส่งออกจำเป็นต้องมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์และเอกสารประกอบต่าง ๆ เพื่อยืนยันถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม” นอกจากเส้นฟิลาเมนต์ ดร.ณัฐพล ยังมองถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากอวนรีไซเคิล “เมื่อเรามีวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีระบบ supply chain ที่ดี เราก็สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย ไม่จำกัดอยู่แค่เส้นฟิลาเมนต์สำหรับการพิมพ์สามมิติเท่านั้น” ณ ตอนนี้ เส้นฟิลาเมนต์จากอวนผีกำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ตลาด แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่พิมพ์จากเส้นฟิลาเมนต์นี้ใช้งานอยู่รอบตัวเรา และที่สำคัญที่สุด ทะเลไทยของเราจะสะอาดขึ้น ปราศจากอวนผีที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลและก่อไมโครพลาสติกเพิ่มเข้ามาในห่วงโซ่อาหารที่เราบริโภค สำหรับผู้ที่สนใจนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีสามมิติ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ ดร.ณัฐพล ไร่สงัด วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือผ่านทางศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT)
แหล่งข้อมูล :
chula
URL :
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่ >>> Click
<<<