หน้าหลัก
บริการข้อมูล
นำเข้าส่ง - ส่งออก
อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ
อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ
อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์
ห้องปฏิบัติการ
กฎ ระเบียบ มาตรการและนโยบาย
กฎ ระเบียบ
นโยบาย มาตรการ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ
บทวิเคราะห์
Value Chain
อ้อย
มันสำปะหลัง
ปาล์มน้ำมัน
ข้าว
ข้าวโพด
กัญชาและกัญชง
สับปะรด
กาแฟ
โกโก้
ขมิ้น
ฟ้าทะลายโจร
Supply Chain
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ
พอลิแลคติคแอซิด (PLA)
TPS
พอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอท (Polyhydroxyalkanoates หรือ PHAs)
พอลิบิวทิลีนอะดิเพทเทเรฟทาเลท (Polybutylene Adipate Terephthalate หรือ เรียกโดยย่อว่า PBAT)
พลาสติกชีวภาพ: พอลิบิวทิลีนซัคซิเนต (Polybutylene succinate: PBS)
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ
กรดอะมิโน
กรดอินทรีย์
เอนไซม์ (Enzyme)
กรดแลคติก (Lactic acid)
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์
วัคซีน
Monoclonal Antibody
Recombinant Hormones
ยาปฏิชีวนะ (antibiotic)
โพรไบโอติก (Probiotics)
บทวิเคราะห์เชิงลึก
บทวิเคราะห์เชิงลึกเรื่อง การศึกษายุทธศาสตร์
บทวิเคราะห์เชิงลึก “แนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไทย เตรียมพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพของอาเซียน”
บทวิเคราะห์เชิงลึก การศึกษาและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีความต้องการสูงในตลาดเอเชียและการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่สอดรับกับความต้องการของตลาด
บทวิเคราะห์เชิงลึก การศึกษาข้อมูลการประเมินวัฏจักรชีวิตและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อวางแนวทางการปรับปรุงการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพให้บรรลุตามเป้าหมาย ‘Net Zero’
บทวิเคราะห์เชิงลึกการเจาะตลาดอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพสู่การรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลของประเทศมุสลิมในอาเซียน
บทวิเคราะห์เชิงลึกแนวทางการส่งเสริมการใช้ผลผลิตปาล์มน้ำมันส่วนเกินสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง
Green Tax Expense Approval Report
สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ
Home
Bio Innovation Linkage
รู้จัก 'โพรไบโอติก L34' วิจัยแพทย์ จุฬาฯ ลดสารพิษ-อักเสบ สู้โรคไต
เนื้อเรื่อง :
แพทยศาสตร์ จุฬา วิจัยค้นพบโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ซึ่งช่วยลดสารพิษยูรีเมียและไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะก่อนล้างไต ตั้งเป้าร่วมมือกับบริษัทยาพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติกสัญชาติไทยเพื่อคนไทย
เนื้อหา :
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นโพรไบโอติกกำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคสายสุขภาพ ด้วยคุณประโยชน์ในการบำรุงและสร้างเสริมสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดีก็อย่างเช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ที่มีจุลินทรีย์ตัวดีช่วยในการทำงานของลำไส้และระบบการขับถ่าย แต่โพรไบโอติกไม่ได้มีดีเพียงเท่านั้น วิทยาศาสตร์และการแพทย์สมัยใหม่ยังพบความมหัศจรรย์ของจุลชีพในลำไส้อีกมากมายหลายสายพันธุ์ ที่สามารถช่วยบรรเทาภาวะความเจ็บป่วยและความเสื่อมของร่างกายได้ เช่น ภาวะไตเรื้อรัง โดยล่าสุด "ศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล" หน่วยภูมิคุ้มกันวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 รูปแบบผงเพื่อผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง “จากการทดลองพบว่า เมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เป็นระยะเวลา 1 เดือน ปริมาณสารพิษยูรีเมียและไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ลดลง อย่างมีนัยสำคัญ ฉะนั้นโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เป็นแบคทีเรียประจำถิ่นของคนไทย จึงน่าจะเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสมกับคนไทย"” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบายว่า “โพรไบโอติก” คือจุลชีพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย รา หรือยีสต์ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหมายถึงเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ “ในร่างกายมนุษย์มีเชื้อแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดี แบคทีเรียดีจะทำการสร้างสารอาหารบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ เช่น กรดไขมันสายสั้น (Short-chain Fatty Acids) และ วิตามินบางอย่าง โดยโพรไบโอติกช่วยย่อยไฟเบอร์ ย่อยอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และยังช่วยแย่งอาหารจากแบคทีเรียไม่ดี ทำให้แบคทีเรียไม่ดีลดจำนวนลง และแบคทีเรียดีก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น” ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้กำหนดโพรไบโอติกที่สามารถใช้ในอาหารว่ามีทั้งหมด 23-24 สายพันธุ์ เช่น บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) และ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus หรือ Lacticaseibacillus) ทั้งยังรวมถึงเชื้อจำเพาะบางชนิด เช่น สแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus sciuri) และ โปรปิโอนิแบคทีเรียม (Propionibacterium arabinosum) โดยแลคโตบาซิลัสเป็นชื่อโพรไบโอติกที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นหูที่สุด “แลคโตบาซิลัสเป็นกลุ่มของแบคทีเรียกลุ่มหนึ่ง มีคุณสมบัติในการสร้างกรด lactic ได้ดี ทำให้ถูกนำไปผลิตเป็นนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบาย ในกลุ่มแลคโตบาซิลัสมีนามสกุลย่อย เราเรียกว่าสปีชีส์ เช่น แรมโนซัส (Rhamnosus) และคาเซอิ (Casei) ทั้งสองสปีชีส์จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันและมีความใกล้เคียงกันมาก เช่น การย้อมติดสี และเป็นแบคทีเรียที่ไม่ชอบออกซิเจนเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันทางชีวเคมีบ้างเล็กน้อย เราก็เลยแยกเป็นคนละสปีชีส์ โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ถูกค้นพบครั้งแรกโดยศาสตราจารย์ ดร.สมหญิง ธัมวาสร จากภาควิชาจุลชีววิทยา จุฬาฯ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว “ท่านศึกษาเชื้อแบคทีเรียในเด็กทารก โดยสกัดโพรไบโอติกจากอุจจาระของทารกมาศึกษาแล้วพบว่ามีเชื้อบางกลุ่มที่น่าสนใจ” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์อธิบายการทดสอบต่อไปว่า “วิธีทำคือแยกเชื้อแบคทีเรียจากอุจจาระและมีอาหารเลี้ยงเชื้อ เราใส่อาหารที่แบคทีเรียชอบ มันก็จะเจริญเติบโตขึ้นมา เมื่อได้กลุ่มเชื้อแบคทีเรียแล้วก็จะมาวิเคราะห์ดูว่าแบคทีเรียตัวนี้มีคนเคยเจอหรือยัง หรือเป็นแบบเฉพาะที่ยังไม่มีคนเคยเจอ เราทำการวิเคราะห์หาลำดับดีเอ็นเอ (Sequencing Analysis) และพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ที่ชื่อว่าโพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มี Sequence ไม่เหมือนตัวอื่น เป็นแลคโตบาซิลัสพันธุ์จำเพาะ ที่ไม่เหมือนกับแบคทีเรีย แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส ตัวอื่นๆ” จากนั้น รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ นำเอาโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 มาทำวิจัยกับสัตว์ทดลอง เริ่มตั้งแต่โมเดลการติดเชื้อในลำไส้ โมเดลการติดเชื้อทางกระแสเลือด และโมเดลโรคไต พบว่าในโมเดลโรคไต โพรไบโอติกลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบได้ เมื่อเทียบกับสัตว์ทดลองที่ไม่ได้ให้โพรไบโอติก รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์อธิบายว่า โรคไตจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของของเสียบางอย่างเนื่องจากขับออกทางปัสสาวะไม่ได้หรือขับออกได้น้อยลง ของเสียเหล่านั้นจึงขับออกทางลำไส้แทนและจะถูกใช้โดยแบคทีเรียบางกลุ่มที่อยู่ลำไส้แล้วผลิตออกมาเป็นกลุ่มของสารที่ชื่อว่า GDUTs ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก และโรคหัวใจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเกิดการเสื่อมของไตเร็วขึ้นอีกด้วย เมื่อการทดลองในสัตว์ได้ประสิทธิผลดี รศ.ดร.นพ.อัษฎาศ์จึงได้ดำเนินการทดลองระยะต่อไปกับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเมื่อปี 2567 รศ.ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าวว่าโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 3 – 5 ในระยะก่อนที่ผู้ป่วยจะล้างไต ขณะนี้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34 ได้จดอนุสิทธิบัตรแล้ว โดยทีมวิจัย จุฬาฯ ได้ให้บริษัท Greater Pharma (เกรทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด) เป็นผู้ดำเนินการผลิต แต่ถ้าจะไปทำผลิตภัณฑ์ วิธีที่จะทำให้เชื้อเจริญเติบโตโดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุดเป็นการใช้วิธีการทางอุตสาหกรรม เราจึงร่วมมือกับบริษัทยาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นเกรดที่ผู้ป่วยทานได้ รสชาติดี โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นให้มีราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ง่าย การพัฒนาทางด้านเทคนิคการผลิตในอนาคตอาจจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกลง ซึ่งเทคนิคเหล่านี้น่าจะเป็นองค์ความรู้หนึ่งที่สำคัญของประเทศในอนาคต สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกในรูปแบบผง รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบายว่า คนเป็นโรคไต บางรายอยากรับประทานโพรไบโอติก กินโยเกิร์ตก็ไม่ได้เนื่องจากมีฟอสเฟตสูง โดยเฉพาะโรคไตวายเรื้อรังในระยะที่มีปัสสาวะน้อยและต้องดื่มน้ำน้อย ถ้าต้องได้รับโพรไบโอติกรูปแบบที่ใช้น้ำเยอะก็จะไม่สามารถใช้ได้ เลยใช้รูปแบบเป็นผง คนไข้ไม่อยากดื่มน้ำก็สามารถเทเข้าไปผสมกับข้าวได้หรือละลายน้ำในปริมาณน้อยแล้วดื่มก็ได้ แม้จะได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว แต่การวิจัยยังไม่สิ้นสุด รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ เผยถึงการศึกษาในระยะต่อไปว่า อยากศึกษาว่าถ้าทานโพรไบโอติกในระยะเวลานานขึ้นจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในโรคไตต่าง ๆ ได้หรือไม่ เนื่องจากผลการทดลองที่ได้จากการรับประทานโพรไบโอติกเพียงหนึ่งเดือนอาจจะสั้นเกินกว่าที่จะเห็นผลดีอื่น ๆ นอกจากนี้การทำให้เชื้ออยู่ในลำไส้ได้นานขึ้นควรจะทำอย่างไร หากเป็นไปได้โพรไบโอติกที่ให้ไประยะหนึ่งแล้วเติบโตได้เองในลำไส้น่าจะทำให้เกิดผลดีในระยะยาว และลดค่าใช้จ่ายในการที่จะต้องรับประทานโพรไบโอติกอย่างต่อเนื่อง การปรับเปลี่ยนจุลชีพในลำไส้ในโรคต่าง ๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสมยังเป็นเรื่องที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ประเภทที่เป็นอาหารของเชื้อโพรไบโอติก เรียกว่า พรีไบโอติก (Prebiotic) หรือทั้งตัวเชื้อโพรไบโอติกรวมกับอาหารของเชื้อที่เรียกว่า ซินไบโอติก (Synbiotic) ก็มีความน่าสนใจ หากเป็นไปได้ การมี “ซุปเปอร์โพรไบโอติก” อาจจะเกิดประโยชน์ในหลายโรค นอกจากนั้นการศึกษาโมเลกุลที่สร้างขึ้นจากโพรไบโอติก เช่น กรดไขมันสายสั้น ก็น่าสนใจและง่ายสำหรับการทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นยา ซึ่งสามารถทำการเก็บรักษาได้ง่ายกว่าโพรไบโอติกที่เป็นจุลชีพที่มีชีวิต ในฐานะนักวิจัยด้านจุลชีววิทยา สิ่งที่ รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ใฝ่ฝันอยากเห็นคือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนจุลชีพในลำไส้ ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อสุขภาพของคนไทยในราคาที่ไม่เกินเอื้อม
แหล่งข้อมูล :
bangkokbiznews
URL :
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่ >>> Click
<<<