ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ

พลิกวิกฤตน้ำนมดิบล้น สู่ปุ๋ยชีวภาพคุณภาพสูง สูตรเร่งโต–บำรุงดิน ช่วยลดต้นทุนเกษตรกร

กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดโดยแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพจากนม เพื่อจำหน่ายให้เกษตรกรใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำนมส่วนเกิน แม้สหกรณ์ต้องแบกรับภาระขาดทุนจากส่วนต่างราคา แต่ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการทิ้งนม พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจปุ๋ยนมในอนาคตเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ด้วยการแปรรูปเป็น “น้ำหมักชีวภาพจากนมสด” เพื่อจำหน่ายให้สหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศในราคาประหยัด ช่วยลดต้นทุนปุ๋ยเคมีของเกษตรกร และเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำนมส่วนเกิน นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสหกรณ์โคนมมีน้ำนมดิบส่วนเกินเฉลี่ยกว่า 200 ตันต่อวัน จึงได้หารือร่วมกับสหกรณ์โคนม 5 แห่ง เพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยนำส่วนเกินดังกล่าวมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งขณะนี้ได้กระจายผลิตภัณฑ์ผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละประมาณ 10,000 ลิตร ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์มีแผนพัฒนาต่อยอดน้ำหมักชีวภาพจากนมให้เป็น “ปุ๋ยนม” เพื่อเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของสหกรณ์ในอนาคต พร้อมกำหนดรูปแบบการจำหน่าย 2 แนวทาง ได้แก่ การรับไปจำหน่ายเอง และการฝากขาย เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนของสหกรณ์ น้ำหมักชีวภาพจากนมได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมพัฒนาที่ดิน โดยมีธาตุอาหารสำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม รวมถึงกรดอะมิโน โปรตีน และจุลินทรีย์ที่ช่วยปรับปรุงดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และช่วยยับยั้งเชื้อโรคในดิน ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น จากการทดลองใช้ในสวนยางพาราพบว่า ช่วยให้ต้นยางแข็งแรง เปลือกนิ่ม กรีดยางได้ง่าย และเพิ่มปริมาณน้ำยาง โดยแนะนำให้ใช้อัตราส่วน 1 ลิตรต่อน้ำ 500 ลิตรสำหรับพืชไร่ และ 1 ลิตรต่อน้ำ 1,000 ลิตรสำหรับพืชผัก ด้านตัวแทนสหกรณ์โคนมเห็นว่าการนำน้ำนมส่วนเกินมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม ดีกว่าการทิ้งน้ำนมโดยเปล่าประโยชน์ แม้ว่าสหกรณ์ต้องแบกรับภาระขาดทุนจากส่วนต่างราคารับซื้อและราคาขายให้ กยท. ปัจจุบันสหกรณ์โคนมหลายแห่งยังคงรับซื้อน้ำนมจากสมาชิกในราคาเดิม แม้ต้องขายต่อในราคาที่ต่ำกว่า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกไม่ให้ต้องเทนมทิ้ง โดยหวังชดเชยรายได้จากการจำหน่ายน้ำหมักชีวภาพในอนาคต แนวทางดังกล่าวจึงนับเป็นการเปลี่ยนวิกฤตน้ำนมล้นตลาดให้กลายเป็นโอกาส สร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากร และช่วยลดต้นทุนภาคเกษตรได้อย่างยั่งยืน
khaosod