ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ

ฮ่องกง–ตงก่วนจับมือพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน SAF ในเขตอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า

รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและรัฐบาลเมืองตงก่วนร่วมผลักดันการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ในเขตอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) โดยบริษัท EcoCeres ได้ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงการลงทุนเพื่อจัดตั้งห่วงโซ่อุปทาน SAF แบบครบวงจรแห่งแรกของภูมิภาค ครอบคลุมตั้งแต่การรวบรวมวัตถุดิบเหลือใช้ การผลิต ไปจนถึงการผสมและเติมเชื้อเพลิงในฮ่องกง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายลดคาร์บอนและพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน
รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และรัฐบาลเมืองตงก่วน มณฑลกวางตุ้ง เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) ในเขตอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลฮ่องกง บริษัท EcoCeres ผู้ผลิตเชื้อเพลิงยั่งยืนและสารเคมีสีเขียวที่ก่อตั้งในฮ่องกง ได้ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงการลงทุนร่วมกับรัฐบาลเมืองตงก่วน เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน SAF แบบครบวงจรแห่งแรกของภูมิภาค Greater Bay Area ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือข้ามภูมิภาคด้านพลังงานสีเขียวและความมั่นคงทางพลังงาน พิธีลงนามดังกล่าวมี John Lee ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าร่วม พร้อมด้วย Peter Lee และผู้บริหารของ EcoCeres นาย John Lee กล่าวว่า การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน SAF สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งช่วยสนับสนุนเป้าหมาย “Dual Carbon” ของประเทศจีน ด้าน Wei Hao ระบุว่า เมืองตงก่วนมีฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน และมีศักยภาพในการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยโครงการนี้จะช่วยสนับสนุนการลดของเสียและการรีไซเคิลในภูมิภาค รัฐบาลฮ่องกงระบุว่า โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดให้เที่ยวบินที่ออกจากท่าอากาศยานฮ่องกงต้องใช้ SAF ในสัดส่วนที่กำหนดภายในปี 2030 เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันของภาคการบินและพลังงานใหม่ ความร่วมมือครั้งนี้จะพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน SAF แบบครบวงจร โดยมีโรงงานแห่งใหม่ของ EcoCeres ในเมืองตงก่วนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งคาดว่าจะมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 450,000 ตันต่อปี ของ SAF และน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) รูปแบบการดำเนินงานจะครอบคลุมตั้งแต่การรวบรวมวัตถุดิบจากของเสียในพื้นที่ Greater Bay Area เช่น น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว การกลั่นและการผลิตในตงก่วน ไปจนถึงการผสมเชื้อเพลิง การเติมเชื้อเพลิง และการซื้อขายในฮ่องกง ซึ่งจะช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาค EcoCeres ระบุว่า บริษัทใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ HEFA (Hydroprocessed Esters and Fatty Acids) ที่พัฒนาขึ้นเองในการแปรรูปวัตถุดิบเหลือใช้ 100% เช่น น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ให้เป็น SAF โดยเชื้อเพลิงของบริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตได้สูงสุดถึง 94.4% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วไป ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตเชื้อเพลิงยั่งยืน 2 แห่ง ได้แก่ เมืองจางเจียก่าง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน กำลังการผลิต 350,000 ตันต่อปี และรัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย กำลังการผลิต 420,000 ตันต่อปี โดยทั้งสองแห่งสามารถผลิตทั้ง SAF และ HVO สำหรับภาคการขนส่ง ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการบินถือเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกขนาดใหญ่ของโลก คิดเป็นประมาณ 16% ของการปล่อยจากภาคการขนส่งทั่วโลก ทำให้หลายประเทศเร่งผลักดันการใช้ SAF เพื่อลดคาร์บอน โดยมีการคาดการณ์ว่าความต้องการ SAF และ HVO ทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นแตะ 45 ล้านตันภายในปี 2030 คิดเป็นมูลค่าตลาดราว 165,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
payloadasia