ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ

สหภาพยุโรปเผยผลศึกษาพลาสติกชีวภาพ หนุนบทบาทบรรจุภัณฑ์ลดพึ่งพาฟอสซิล

ผลการศึกษาฉบับใหม่ที่จัดทำโดย nova-Institute ประเทศเยอรมนี ให้แก่คณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า พลาสติกชีวภาพสำหรับบรรจุภัณฑ์มีความพร้อมเชิงเทคโนโลยีและไม่พบอุปสรรคทางเทคนิคในการใช้งาน โดยปัจจุบันมีโพลิเมอร์ชีวภาพเชิงพาณิชย์แล้ว 17 ชนิด พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ รายงานยังเสนอให้สหภาพยุโรปกำหนดเป้าหมายการใช้วัสดุชีวภาพแบบบังคับ ควบคู่กับการรีไซเคิล เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนหมุนเวียนและลดการพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิลในภาคบรรจุภัณฑ์
ova-Institute สถาบันวิจัยและที่ปรึกษาด้านคาร์บอนหมุนเวียนจากเมืองเฮือร์ท ประเทศเยอรมนี เปิดเผยผลการศึกษาที่จัดทำให้แก่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เกี่ยวกับบทบาทของวัตถุดิบชีวภาพในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) รายงานดังกล่าวระบุว่า แม้ปัจจุบันพลาสติกทั่วโลกกว่า 99% ยังผลิตจากวัตถุดิบฟอสซิล และพลาสติกชีวภาพมีสัดส่วนตลาดเพียงประมาณ 1% แต่เทคโนโลยีพลาสติกชีวภาพได้พัฒนาไปสู่ระดับเชิงพาณิชย์แล้ว โดยมีโพลิเมอร์ชีวภาพที่ใช้งานได้จริงในตลาดอย่างน้อย 17 ชนิด และไม่พบอุปสรรคทางเทคนิคสำคัญต่อการนำมาใช้ในบรรจุภัณฑ์ การศึกษาชี้ว่า กฎ PPWR ของสหภาพยุโรปกำหนดเป้าหมายการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีกรอบที่ชัดเจนต่อบทบาทของคาร์บอนชีวภาพในการลดการพึ่งพาฟอสซิล (Defossilisation) ส่งผลให้เกิดช่องว่างเชิงนโยบาย เนื่องจากการรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการคาร์บอนที่ไม่ใช่ฟอสซิลในอนาคต รายงานจึงเสนอให้สหภาพยุโรปยอมรับ “ความเกื้อหนุนกัน” ระหว่างคาร์บอนชีวภาพและคาร์บอนรีไซเคิล โดยการรีไซเคิลช่วยรักษาคาร์บอนเดิมให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจ ขณะที่วัตถุดิบชีวภาพช่วยเติมคาร์บอนหมุนเวียนใหม่เข้าสู่ระบบ ลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิล และสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ นายไมเคิล คารัส (Michael Carus) ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาอาวุโสของ nova-Institute กล่าวว่า ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา nova-Institute มุ่งผลักดันการลดการพึ่งพาฟอสซิลในอุตสาหกรรมเคมีและวัสดุ โดยมองว่าภาคบรรจุภัณฑ์จำเป็นต้องใช้ทั้งคาร์บอนชีวภาพ การใช้ประโยชน์จาก CO₂ และการรีไซเคิลร่วมกัน เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจคาร์บอนหมุนเวียนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ แม้วัสดุชีวภาพจะมีศักยภาพลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูง แต่การขยายกำลังการผลิตยังเผชิญข้อจำกัดจากต้นทุนการผลิตที่สูง โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เพียงพอ และการสนับสนุนเชิงนโยบายที่ยังน้อยกว่าภาคเชื้อเพลิงชีวภาพ ด้วยเหตุนี้ รายงานจึงเสนอให้สหภาพยุโรปกำหนดเป้าหมายการใช้วัสดุชีวภาพแบบบังคับ (Binding Targets) จัดทำเกณฑ์ความยั่งยืนที่สอดคล้องกัน และลงทุนเพิ่มเติมในโครงสร้างพื้นฐานด้านรีไซเคิลและการแปรรูป เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกลางทางคาร์บอน ด้านนายลาร์ส เบอร์เกอร์ (Lars Börger) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ nova-Institute กล่าวว่า การที่คณะกรรมาธิการยุโรปเลือกใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์อิสระในการกำหนดนโยบาย ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ รายงานฉบับดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 โดยมีผู้จัดทำ ได้แก่ Michael Carus, Christopher vom Berg, Pia Skoczinski, Olaf Porc, Narendar Poranki และ Gillian Tweddle พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดสำหรับผู้สนใจทั่วไป
bioplasticsmagazine