ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ

UPM, Michelman และ BOBST เปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระดาษชีวภาพ รองรับกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป

UPM Specialty Materials, Michelman และ BOBST ร่วมพัฒนาบรรจุภัณฑ์กระดาษชีวภาพ 2 รูปแบบ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะกฎหมายลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (SUPD) บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวผลิตจากกระดาษเส้นใยธรรมชาติร่วมกับสารเคลือบชีวภาพ มีคุณสมบัติป้องกันความชื้นและออกซิเจน พร้อมทั้งสามารถรีไซเคิลได้ และรองรับการใช้งานบนสายการผลิตเดิมโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องจักรจำนวนมาก
UPM Specialty Materials, Michelman และ BOBST ได้ร่วมมือกันพัฒนาบรรจุภัณฑ์กระดาษชีวภาพที่ผ่านการทดสอบแล้วจำนวน 2 รูปแบบ เพื่อช่วยให้เจ้าของแบรนด์และผู้ผลิตสินค้าสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการลดผลกระทบจากพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastics Directive: SUPD) ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานกระดาษบรรจุภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติของ UPM เข้ากับสารเคลือบชีวภาพของ Michelman และความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการเคลือบของ BOBST เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม โดยยังคงมีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้น ป้องกันการซึมผ่านของก๊าซ และสามารถปิดผนึกด้วยความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นาย Mika Uusikartano ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ UPM Specialty Materials กล่าวว่า การตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดจำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่สามารถขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม โดยกระดาษพื้นฐานของบริษัทได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับพันธมิตร และช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการพัฒนา ด้านนาง Iulia Mihai นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของ Michelman กล่าวว่า ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับกฎหมาย SUPD มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบรรจุภัณฑ์ทางเลือกใหม่จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพในการปกป้องสินค้าไม่แตกต่างจากบรรจุภัณฑ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และต้องสามารถใช้งานร่วมกับสายการผลิตเดิมได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องจักรครั้งใหญ่ สำหรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 2 ประเภท ได้แก่ 1. บรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้กฎหมาย SUPD เหมาะสำหรับซองชา ซองข้าวโอ๊ต และซองน้ำตาล โดยใช้สารเคลือบชีวภาพเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันความชื้นและน้ำมันแร่ พร้อมทั้งสามารถปิดผนึกด้วยความร้อนได้ดี ช่วยลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ประเภทซองและห่อ 2. บรรจุภัณฑ์กระดาษที่มีคุณสมบัติป้องกันออกซิเจนสูง ออกแบบสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไวต่ออากาศ เช่น คุกกี้แบบซองเดี่ยวและช็อกโกแลต โดยช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันออกซิเจน ขณะเดียวกันยังลดปริมาณสารเคลือบที่ใช้ ทำให้ใช้วัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งสามบริษัทระบุว่า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกที่มุ่งลดการพึ่งพาพลาสติก เพิ่มการใช้วัสดุจากเส้นใยธรรมชาติ และรองรับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น โดยยังคงรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งานของบรรจุภัณฑ์ให้ใกล้เคียงกับวัสดุแบบเดิม.
ิbioplastics