ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ

“H-FAME ไบโอดีเซลคุณภาพสูง” นวัตกรรมสู้ วิกฤตพลังงานโลก ฝีมือนักวิจัยไทย ดันภาคขนส่งไทยสู่เส้นทาง Net zero

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกปี 2569 ที่ส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวน ENTEC สวทช. ได้พัฒนา H-FAME หรือไบโอดีเซลคุณภาพสูง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันที ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฝุ่น PM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศผ่านการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ
วิกฤตพลังงานโลกในปี 2569 กลายเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าสถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงกว่าวิกฤตจากสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2565 เนื่องจากเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันหลักของโลก และเกี่ยวข้องกับ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญของโลก ส่งผลให้เกิดภาวะ Supply Shock และทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว การพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศจึงมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะในภาคขนส่งและเครื่องจักรกลหนักที่ยังต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซล น้ำมันไบโอดีเซลคุณภาพสูง หรือ H-FAME (Premium Biodiesel) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) สู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำในอนาคต สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผ่านศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ได้พัฒนา H-FAME เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของไบโอดีเซลแบบดั้งเดิม (FAME) โดยใช้กระบวนการ Partial Hydrogenation ปรับปรุงโครงสร้างโมเลกุล ส่งผลให้เชื้อเพลิงมีความเสถียรต่อการเกิดออกซิเดชันสูงขึ้นมากกว่า 3 เท่า ลดการเกิดตะกอนและการอุดตันในระบบเชื้อเพลิง ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ และสามารถเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้น จุดเด่นสำคัญของ H-FAME คือเป็นเชื้อเพลิงประเภท Drop-in Fuel ที่สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ อีกทั้งสามารถใช้งานในสัดส่วนที่สูงกว่าไบโอดีเซลทั่วไปที่มักจำกัดการผสมไม่เกิน B20 โดยผลการทดสอบภาคสนามในรถบรรทุก รถโฟล์คลิฟท์ และเครื่องจักรงานก่อสร้าง พบว่าสามารถใช้งานในรูปแบบ B100 ได้จริง ในด้านสิ่งแวดล้อม H-FAME สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 50% และลดการปล่อยฝุ่นละออง PM ได้สูงถึง 86% เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) นอกจากนี้ H-FAME ยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เนื่องจากสามารถผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ เช่น น้ำมันปาล์ม ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก เพิ่มการใช้วัตถุดิบทางการเกษตร และกระจายรายได้สู่ภาคเกษตรกรรม ปัจจุบัน ENTEC ได้พัฒนาต้นแบบระบบการผลิตแบบต่อเนื่องระดับกึ่งอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตประมาณ 500 ลิตรต่อวัน และอยู่ระหว่างการขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาไปสู่โรงงานสาธิตที่มีกำลังการผลิต 10,000–30,000 ลิตรต่อวัน รองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ในอนาคต H-FAME จึงสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยในการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพคุณภาพสูงที่สามารถใช้งานได้จริงบนโครงสร้างพื้นฐานเดิม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
salika