ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ

นาโนเทค สวทช. เปิด ระบบวิเคราะห์และฐานข้อมูล "ชีวมวลและเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ" หนุนการลงทุนพลังงานชีวภาพ รับแผน Net Zero

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เปิดตัว ระบบวิเคราะห์และฐานข้อมูลชีวมวลและเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลชีวมวลเหลือใช้ทางการเกษตรทั่วประเทศ สนับสนุนการบริหารจัดการวัตถุดิบชีวภาพ การลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ลดการเผาในที่โล่งและปัญหา PM2.5 พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ระบบประกอบด้วย ระบบวิเคราะห์ชีวมวลและเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ ที่ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น TGA-MS เพื่อประเมินคุณสมบัติและศักยภาพด้านพลังงานของชีวมวล และ ฐานข้อมูลชีวมวลและเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ ที่เชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่ ปริมาณผลผลิต คุณสมบัติชีวมวล และข้อมูลโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อประเมินความเหมาะสมในการผลิตเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ เช่น ไบโอโคลและไบโอชาร์
ประเทศไทยเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพ โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ภายใต้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เปิดตัว ระบบวิเคราะห์และฐานข้อมูลชีวมวลและเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลชีวมวลเหลือใช้ทางการเกษตรจากทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการวัตถุดิบชีวภาพ สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด ลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นสาเหตุของฝุ่น PM2.5 และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ประเทศไทยมีชีวมวลเหลือใช้ทางการเกษตรกว่า 80 ล้านตันต่อปี จากพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี หากได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันชีวมวลจำนวนมากยังถูกเผาทิ้งหรือปล่อยให้สูญเปล่า ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรภายในประเทศ ระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ชีวมวลและเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ ซึ่งใช้เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น Thermogravimetric Analysis–Mass Spectrometry (TGA-MS) เพื่อตรวจวัดสมบัติของชีวมวล อาทิ ความชื้น สารระเหย คาร์บอนคงตัว ปริมาณเถ้า พฤติกรรมการสลายตัวทางความร้อน และองค์ประกอบของก๊าซที่เกิดขึ้นระหว่างการแปรรูป ช่วยประเมินคุณภาพและศักยภาพของชีวมวลในการผลิตเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ เช่น ไบโอโคลและไบโอชาร์ อีกส่วนคือ ฐานข้อมูลชีวมวลและเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลจากการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเข้ากับข้อมูลเชิงพื้นที่ ได้แก่ ชนิดพืช พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิต ปริมาณชีวมวลเหลือใช้ คุณสมบัติของชีวมวลและเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ ตลอดจนข้อมูลที่ตั้งของโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงงานเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ เพื่อประเมินศักยภาพการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการคำนวณค่าความร้อนสูง (Higher Heating Value: HHV) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการพิจารณาความเหมาะสมของชีวมวลสำหรับการผลิตเชื้อเพลิงแข็งชีวภาพ โครงการวิจัยและพัฒนาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมุ่งเปลี่ยนชีวมวลเหลือใช้ทางการเกษตรจาก "ของเหลือใช้" ให้เป็น "ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์" ผ่านการสร้างฐานข้อมูลและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อสนับสนุนการวางแผน การลงทุน และการตัดสินใจของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่าและการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของประเทศ
mgronline