ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ

Biofuels International Magazine

Nova Pangaea Technologies บริษัทจากสหราชอาณาจักรที่พัฒนาเทคโนโลยีผลิต เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) จากชีวมวลเหลือทิ้ง ประสบความสำเร็จในการทดสอบการเดินระบบต่อเนื่อง ซึ่งช่วยยืนยันว่าเทคโนโลยีของบริษัทสามารถใช้งานได้จริง
Nova Pangaea Technologies บริษัทจากสหราชอาณาจักรที่พัฒนาเทคโนโลยีผลิต เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) จากชีวมวลเหลือทิ้ง ประสบความสำเร็จในการทดสอบการเดินระบบต่อเนื่อง ซึ่งช่วยยืนยันว่าเทคโนโลยีของบริษัทสามารถใช้งานได้จริง การทดสอบจัดขึ้นที่โรงงานสาธิตในเมือง Teesside โดยสามารถเดินระบบผลิตได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพนานถึง 72 ชั่วโมง และให้ผลผลิตสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Nova Pangaea ขณะที่บริษัทกำลังเตรียมระดมทุนเพื่อเดินหน้าสร้างโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งแรก โดยเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินกำลังมองหาวิธีเพิ่มการผลิต SAF จากวัตถุดิบที่ยั่งยืนประเภทอื่น ๆ เนื่องจากปัจจุบันยังพึ่งพาน้ำมันและไขมันเหลือใช้เป็นหลัก ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต Nova Pangaea กำลังร่วมมือกับ British Airways และ LanzaJet ในโครงการ Project Speedbird ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร โดยมีเป้าหมายผลิตเชื้อเพลิงการบินที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากชีวมวลเหลือทิ้งภายในประเทศ สำหรับโครงการนี้ Nova Pangaea มีแผนสร้างโรงงานในสหราชอาณาจักรทั้งหมด 4 แห่ง เพื่อผลิตไบโอเอทานอลจากวัสดุเหลือทิ้งในท้องถิ่น ก่อนนำไปพัฒนาเป็น SAF เทคโนโลยี REFNOVA ของ Nova Pangaea สามารถเปลี่ยนชีวมวลและวัสดุเหลือทิ้ง เช่น เศษไม้ ขี้เลื่อย และฟางข้าวสาลี ให้กลายเป็นเอทานอล ซึ่งสามารถนำไปใช้ผลิต SAF และดีเซลหมุนเวียนได้ นอกจากนี้ยังได้ ไบโอชาร์ (Biochar) เป็นผลิตภัณฑ์ร่วม ซึ่งสามารถกักเก็บคาร์บอนไว้ได้ในระยะยาว ทำให้กระบวนการผลิตโดยรวมสามารถช่วยดูดกลับ CO₂ ได้มากกว่าปริมาณที่ปล่อยออกมา หรือเรียกได้ว่าเป็นกระบวนการที่มี คาร์บอนเป็นลบ (Carbon Negative) การทดสอบครั้งล่าสุดใช้เศษไม้เนื้ออ่อนจากกระบวนการแปรรูปไม้เป็นวัตถุดิบ โดยมีการทดสอบหลายรอบ และสามารถรองรับวัตถุดิบได้สูงสุดประมาณ 3 ตันต่อวัน การทดสอบครั้งนี้ต่อยอดจากการทดสอบขนาดเล็กที่ดำเนินการในช่วงต้นปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยีสามารถทำงานได้จริงนอกห้องปฏิบัติการ โดยบริษัทมีแผนทดสอบเพิ่มเติมในปีหน้า เพื่อปรับปรุงและเตรียมความพร้อมสำหรับการออกแบบโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งแรก Stewart Stewart ซีอีโอของ Nova Pangaea กล่าวว่า ผลการทดสอบล่าสุดช่วยยืนยันประสิทธิภาพของเทคโนโลยี และน่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในการเดินหน้าสู่การก่อสร้างโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งแรก และ ยังมองว่าอุตสาหกรรม SAF กำลังอยู่ในช่วงสำคัญ เพราะความต้องการใช้ SAF เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน เช่น สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยิ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการหาแหล่งเชื้อเพลิงทางเลือกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล และการพึ่งพาวัตถุดิบเพียงประเภทเดียวสำหรับผลิต SAF อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
Nova Pangaea Technologies ทดสอบผลิต SAF จากชีวมวลเหลือทิ้งสำเร็จ