หน้าหลัก
บริการข้อมูล
นำเข้าส่ง - ส่งออก
อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ
อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ
อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์
ห้องปฏิบัติการ
กฎ ระเบียบ มาตรการและนโยบาย
กฎ ระเบียบ
นโยบาย มาตรการ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ
บทวิเคราะห์
Value Chain
อ้อย
มันสำปะหลัง
ปาล์มน้ำมัน
ข้าว
ข้าวโพด
กัญชาและกัญชง
สับปะรด
กาแฟ
โกโก้
ขมิ้น
ฟ้าทะลายโจร
Supply Chain
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ
พอลิแลคติคแอซิด (PLA)
TPS
พอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอท (Polyhydroxyalkanoates หรือ PHAs)
พอลิบิวทิลีนอะดิเพทเทเรฟทาเลท (Polybutylene Adipate Terephthalate หรือ เรียกโดยย่อว่า PBAT)
พลาสติกชีวภาพ: พอลิบิวทิลีนซัคซิเนต (Polybutylene succinate: PBS)
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ
กรดอะมิโน
กรดอินทรีย์
เอนไซม์ (Enzyme)
กรดแลคติก (Lactic acid)
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์
วัคซีน
Monoclonal Antibody
Recombinant Hormones
ยาปฏิชีวนะ (antibiotic)
โพรไบโอติก (Probiotics)
บทวิเคราะห์เชิงลึก
บทวิเคราะห์เชิงลึกเรื่อง การศึกษายุทธศาสตร์
บทวิเคราะห์เชิงลึก “แนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไทย เตรียมพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพของอาเซียน”
บทวิเคราะห์เชิงลึก การศึกษาและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีความต้องการสูงในตลาดเอเชียและการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่สอดรับกับความต้องการของตลาด
บทวิเคราะห์เชิงลึก การศึกษาข้อมูลการประเมินวัฏจักรชีวิตและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อวางแนวทางการปรับปรุงการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพให้บรรลุตามเป้าหมาย ‘Net Zero’
บทวิเคราะห์เชิงลึกการเจาะตลาดอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพสู่การรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลของประเทศมุสลิมในอาเซียน
บทวิเคราะห์เชิงลึกแนวทางการส่งเสริมการใช้ผลผลิตปาล์มน้ำมันส่วนเกินสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง
Green Tax Expense Approval Report
สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ
Home
Bio Innovation Linkage
การค้าไบโอดีเซลของเยอรมนีขยายตัว รับความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพใน EU ที่แข็งแกร่งขึ้น
เนื้อเรื่อง :
การค้าไบโอดีเซลของเยอรมนีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวทั้งด้านการส่งออกและนำเข้า โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 3.4% อยู่ที่ 1.4 ล้านตัน ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.5% อยู่ที่ 851,200 ตัน สะท้อนความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพในตลาดสหภาพยุโรปที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเนเธอร์แลนด์ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการค้าและโลจิสติกส์ ขณะที่การบังคับใช้ RED III และการนำเข้า HVO ที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มสนับสนุนความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพและราคาน้ำมันเรพซีดในยุโรปอย่างต่อเนื่อง
เนื้อหา :
การค้าไบโอดีเซลระหว่างประเทศของเยอรมนีขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยทั้งการส่งออกและนำเข้าปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Federal Statistical Office) สะท้อนถึงความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพในตลาดสหภาพยุโรปที่ยังคงแข็งแกร่ง ในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 เยอรมนีส่งออกไบโอดีเซลประมาณ 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.4% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.5% เป็น 851,200 ตัน โดยเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีท่าเรือสำคัญอย่างรอตเทอร์ดามและอัมสเตอร์ดัม ยังคงเป็นศูนย์กลางหลักสำหรับการขนส่งไบโอดีเซลเข้าและออกจากเยอรมนี สะท้อนบทบาทสำคัญของเนเธอร์แลนด์ในฐานะศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์เชื้อเพลิงชีวภาพของยุโรป ด้านแหล่งนำเข้า นอกจากเนเธอร์แลนด์แล้ว เยอรมนียังนำเข้าไบโอดีเซลจากมาเลเซียและเบลเยียมในปริมาณมาก โดยการส่งออกจากมาเลเซียไปยังสหภาพยุโรปลดลง 30.2% ขณะที่การส่งออกจากเบลเยียมเพิ่มขึ้นประมาณ 69.6% ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการค้าและความพร้อมด้านอุปทานในตลาด สำหรับตลาดส่งออก ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยังคงเป็นตลาดหลักของไบโอดีเซลจากเยอรมนี โดยมีเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม โปแลนด์ และออสเตรียเป็นตลาดสำคัญ ทั้งนี้ ความต้องการจากเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 22.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การนำเข้าของโปแลนด์ลดลงประมาณ 20.3% สมาคม UFOP ระบุว่า การส่งออกไบโอดีเซลไปยังประเทศเพื่อนบ้านในสหภาพยุโรปยังช่วยสนับสนุน ราคาน้ำมันเรพซีด (Rapeseed Oil) ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกเรพซีด โดยเสถียรภาพของราคาช่วยชดเชยผลผลิตจากการเก็บเกี่ยวในบางภูมิภาคที่อยู่ในระดับต่ำกว่าคาดการณ์ นอกจากนี้ UFOP คาดว่าราคาจะยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งเข้าสู่ฤดูกาล 2569/70 เนื่องจากประเทศสมาชิก EU เดินหน้าดำเนินการตาม Renewable Energy Directive ฉบับปรับปรุง (RED III) ซึ่งกำหนดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน การนำเข้า Hydrotreated Vegetable Oil (HVO) ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 325,000 ตันในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และยังไม่รวมอยู่ในข้อมูลของ Destatis ยังเป็นอีกปัจจัยที่สะท้อนถึงความต้องการเชื้อเพลิงจากวัตถุดิบชีวภาพที่เพิ่มขึ้น UFOP ยังชี้ให้เห็นว่า ประเทศเกษตรกรรมรายใหญ่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และบราซิล ต่างใช้นโยบายส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนรายได้ของภาคเกษตรกรรม โดยแนวทางดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะยังคงส่งผลต่อโครงสร้างอุปสงค์ อุปทาน และทิศทางของตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพโลกในระยะต่อไป
แหล่งข้อมูล :
biofuels international
URL :
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่ >>> Click
<<<