ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ

การค้าไบโอดีเซลของเยอรมนีขยายตัว รับความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพใน EU ที่แข็งแกร่งขึ้น

การค้าไบโอดีเซลของเยอรมนีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวทั้งด้านการส่งออกและนำเข้า โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 3.4% อยู่ที่ 1.4 ล้านตัน ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.5% อยู่ที่ 851,200 ตัน สะท้อนความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพในตลาดสหภาพยุโรปที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเนเธอร์แลนด์ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการค้าและโลจิสติกส์ ขณะที่การบังคับใช้ RED III และการนำเข้า HVO ที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มสนับสนุนความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพและราคาน้ำมันเรพซีดในยุโรปอย่างต่อเนื่อง
การค้าไบโอดีเซลระหว่างประเทศของเยอรมนีขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยทั้งการส่งออกและนำเข้าปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Federal Statistical Office) สะท้อนถึงความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพในตลาดสหภาพยุโรปที่ยังคงแข็งแกร่ง ในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 เยอรมนีส่งออกไบโอดีเซลประมาณ 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.4% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.5% เป็น 851,200 ตัน โดยเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีท่าเรือสำคัญอย่างรอตเทอร์ดามและอัมสเตอร์ดัม ยังคงเป็นศูนย์กลางหลักสำหรับการขนส่งไบโอดีเซลเข้าและออกจากเยอรมนี สะท้อนบทบาทสำคัญของเนเธอร์แลนด์ในฐานะศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์เชื้อเพลิงชีวภาพของยุโรป ด้านแหล่งนำเข้า นอกจากเนเธอร์แลนด์แล้ว เยอรมนียังนำเข้าไบโอดีเซลจากมาเลเซียและเบลเยียมในปริมาณมาก โดยการส่งออกจากมาเลเซียไปยังสหภาพยุโรปลดลง 30.2% ขณะที่การส่งออกจากเบลเยียมเพิ่มขึ้นประมาณ 69.6% ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการค้าและความพร้อมด้านอุปทานในตลาด สำหรับตลาดส่งออก ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยังคงเป็นตลาดหลักของไบโอดีเซลจากเยอรมนี โดยมีเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม โปแลนด์ และออสเตรียเป็นตลาดสำคัญ ทั้งนี้ ความต้องการจากเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 22.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การนำเข้าของโปแลนด์ลดลงประมาณ 20.3% สมาคม UFOP ระบุว่า การส่งออกไบโอดีเซลไปยังประเทศเพื่อนบ้านในสหภาพยุโรปยังช่วยสนับสนุน ราคาน้ำมันเรพซีด (Rapeseed Oil) ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกเรพซีด โดยเสถียรภาพของราคาช่วยชดเชยผลผลิตจากการเก็บเกี่ยวในบางภูมิภาคที่อยู่ในระดับต่ำกว่าคาดการณ์ นอกจากนี้ UFOP คาดว่าราคาจะยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งเข้าสู่ฤดูกาล 2569/70 เนื่องจากประเทศสมาชิก EU เดินหน้าดำเนินการตาม Renewable Energy Directive ฉบับปรับปรุง (RED III) ซึ่งกำหนดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน การนำเข้า Hydrotreated Vegetable Oil (HVO) ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 325,000 ตันในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และยังไม่รวมอยู่ในข้อมูลของ Destatis ยังเป็นอีกปัจจัยที่สะท้อนถึงความต้องการเชื้อเพลิงจากวัตถุดิบชีวภาพที่เพิ่มขึ้น UFOP ยังชี้ให้เห็นว่า ประเทศเกษตรกรรมรายใหญ่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และบราซิล ต่างใช้นโยบายส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนรายได้ของภาคเกษตรกรรม โดยแนวทางดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะยังคงส่งผลต่อโครงสร้างอุปสงค์ อุปทาน และทิศทางของตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพโลกในระยะต่อไป
biofuels international