หน้าหลัก
บริการข้อมูล
นำเข้าส่ง - ส่งออก
อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ
อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ
อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์
ห้องปฏิบัติการ
กฎ ระเบียบ มาตรการและนโยบาย
กฎ ระเบียบ
นโยบาย มาตรการ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ
บทวิเคราะห์
Value Chain
อ้อย
มันสำปะหลัง
ปาล์มน้ำมัน
ข้าว
ข้าวโพด
กัญชาและกัญชง
สับปะรด
กาแฟ
โกโก้
ขมิ้น
ฟ้าทะลายโจร
Supply Chain
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ
พอลิแลคติคแอซิด (PLA)
TPS
พอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอท (Polyhydroxyalkanoates หรือ PHAs)
พอลิบิวทิลีนอะดิเพทเทเรฟทาเลท (Polybutylene Adipate Terephthalate หรือ เรียกโดยย่อว่า PBAT)
พลาสติกชีวภาพ: พอลิบิวทิลีนซัคซิเนต (Polybutylene succinate: PBS)
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ
กรดอะมิโน
กรดอินทรีย์
เอนไซม์ (Enzyme)
กรดแลคติก (Lactic acid)
การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์
วัคซีน
Monoclonal Antibody
Recombinant Hormones
ยาปฏิชีวนะ (antibiotic)
โพรไบโอติก (Probiotics)
บทวิเคราะห์เชิงลึก
บทวิเคราะห์เชิงลึกเรื่อง การศึกษายุทธศาสตร์
บทวิเคราะห์เชิงลึก “แนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไทย เตรียมพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพของอาเซียน”
บทวิเคราะห์เชิงลึก การศึกษาและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีความต้องการสูงในตลาดเอเชียและการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่สอดรับกับความต้องการของตลาด
บทวิเคราะห์เชิงลึก การศึกษาข้อมูลการประเมินวัฏจักรชีวิตและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อวางแนวทางการปรับปรุงการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพให้บรรลุตามเป้าหมาย ‘Net Zero’
บทวิเคราะห์เชิงลึกการเจาะตลาดอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพสู่การรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลของประเทศมุสลิมในอาเซียน
บทวิเคราะห์เชิงลึกแนวทางการส่งเสริมการใช้ผลผลิตปาล์มน้ำมันส่วนเกินสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง
Green Tax Expense Approval Report
สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ข่าวสารเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมชีวภาพ
Home
Bio Innovation Linkage
13 ค่ายรถยนต์ 5 ค่ายมอเตอร์ไซค์ 7 แบรนด์น้ำมัน หนุนคนไทยใช้ E20 ลดพึ่งนำเข้า ชี้ไทยผลิตเอทานอลเหลือรองรับอีก 3-4 ล้านลิตร/วัน
เนื้อเรื่อง :
13 ค่ายรถยนต์-5 ค่ายมอเตอร์ไซค์-7 ผู้ค้าน้ำมัน ผนึกดัน E20 ชี้ ไทยมีโรงงานเอทานอล 28 แห่ง กำลังผลิต 7 ล้านลิตร/วัน เหลือศักยภาพรองรับได้อีก 3-4 ล้านลิตร/วัน รัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่น ค่ายรถย้ำ E20 ไม่กระทบเครื่องยนต์ พร้อมเตรียมแคมเปญจูงใจผู้บริโภค เสริมความมั่นคงพลังงานไทย
เนื้อหา :
สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการผลิตเอทานอลได้อย่างเพียงพอต่อการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E20 ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ในประเทศมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่สามารถรองรับการใช้น้ำมัน E20 ได้แล้ว แต่ในปัจจุบันการเลือกใช้น้ำมัน E20 ของผู้บริโภคยังคงมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพการรองรับของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อยู่ในระดับสูง คือ มีรถยนต์กว่า 4 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์อีกประมาณ 80% ที่สามารถใช้น้ำมัน E20 ได้ รับความต้องการใช้เอทานอลในภาคเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 3-4 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในปัจจุบันการเลือกใช้น้ำมัน E20 ของผู้บริโภคยังคงมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพการรองรับของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อยู่ในระดับสูง คือ มีรถยนต์กว่า 4 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์อีกประมาณ 80% ที่สามารถใช้น้ำมัน E20 ได้ โดยปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน E20 ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.88 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ของปริมาณการใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซิน ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีสาเหตุมาจากประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ทราบข้อมูลว่ารถยนต์ของตนเองสามารถเติมน้ำมัน E20 ได้หรือไม่ และยังมีผู้บริโภคอีกบางส่วนที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าน้ำมัน E20 อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์ ทำให้อัตราเร่งไม่ดีเท่าที่ควร หรือมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่มากกว่าปกติ ด้วยเหตุนี้ การเร่งสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและปลดล็อกทุกข้อกังวลของประชาชน จึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันดำเนินการ เพื่อให้การเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย และส่งผลดีต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ กรมธุรกิจพลังงาน ได้ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลรุ่นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่รองรับการใช้น้ำมัน E20 จากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อนำไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน สำหรับให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรุ่นรถของตนเองได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังร่วมยืนยันผลการทดสอบว่าน้ำมัน E20 สามารถใช้งานได้จริงโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ ต่อเครื่องยนต์ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่รองรับ สำหรับในส่วนของการดูแลคุณภาพน้ำมันให้ได้มาตรฐานนั้น กรมธุรกิจพลังงานได้มีการกำกับดูแลอย่างเข้มข้นตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันไปจนถึงสถานีบริการน้ำมัน ผู้บริโภคจึงสามารถมั่นใจคุณภาพของน้ำมันได้อย่างแน่นอน และในส่วนของความพร้อมในการผลิตเอทานอลเพื่อนำมาผลิตน้ำมัน E20 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้ร่วมยืนยันว่าศักยภาพการผลิตเอทานอลเพียงพอต่อความต้องการใช้ในภาคพลังงานสำหรับผลิตเป็นน้ำมัน E20 ขณะที่ทางฝั่งผู้ค้าน้ำมันพร้อมใจกันยืนยันเรื่องความพร้อมในการกระจายน้ำมัน E20 ให้มีจำหน่ายอย่างทั่วถึงในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ตลอดจนจะมีการเตรียมออกแคมเปญสิทธิประโยชน์และโปรโมชันส่วนลดพิเศษ เพื่อจูงใจและคืนกำไรให้แก่ประชาชนที่หันมาเติมน้ำมัน E20 อีกด้วย นายสราวุธฯ กล่าว อดิศักดิ์ ชูสุข รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจุบัน ประเทศไทยมีโรงงานผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง 28 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่มีการใช้จริงประมาณ 3-4 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็น 50-60% ของกำลังการผลิต สะท้อนว่าไทยยังมีศักยภาพในการรองรับความต้องการใช้เอทานอลในภาคเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 3-4 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ปริมาณวัตถุดิบ การผลิต การสำรอง และการจัดส่งเอทานอล เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอ และได้ย้ำว่าทุกลิตรของเอทานอลที่ผลิตและใช้ภายในประเทศ คือการนำทรัพยากรของประเทศไทยมาสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย สราวุธฯ ย้ำว่า การร่วมมือร่วมใจสนับสนุนและเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตขึ้นภายในประเทศในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์โดยตรงให้แก่ผู้บริโภคในด้านความคุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร และสนับสนุนเสถียรภาพของราคาพืชผลของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนผู้ใช้รถหันมาเลือกใช้น้ำมัน E20 เพื่อผสานพลังในการนำพาประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตการณ์พลังงานโลกครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วยพันธมิตรค่ายรถยนต์ชั้นนำ 13 แบรนด์ ได้แก่ โตโยต้า ฮอนด้า มาสด้า มิตซูบิชิ ซูซูกิ บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดส-เบนซ์ วอลโว่ บีวายดี ดีพอล ฟอร์ด เกรท วอลล์ มอเตอร์ และจีลี่ ร่วมด้วยค่ายรถจักรยานยนต์ 5 แบรนด์ ได้แก่ ยามาฮ่า ฮอนด้า ซูซูกิ คาวาซากิ และโรยัล เอ็นฟีลด์ พร้อมด้วยผู้ค้าน้ำมันชั้นนำอีก 7 แบรนด์ ได้แก่ พีทีที สเตชั่น บางจาก พีที เซลล์ คาลเท็กซ์ ซัสโก้ และไซโนเปคซัสโก้ สุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า พีทีที สเตชั่น พร้อมร่วมสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานของประเทศ โดยส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกใช้ Gasohol E20 ซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีเอทานอลเป็นส่วนผสม ช่วยเพิ่มการใช้พลังงานและวัตถุดิบที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร และสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว พีทีที สเตชั่น มีจำหน่าย Gasohol E20 กว่า 2,300 สถานีทั่วประเทศ สนับสนุนให้ผู้ใช้รถยนต์ ที่รองรับ E20 หันมาเลือกใช้น้ำมัน Gasohol E20 มากขึ้น ควบคู่กับการมอบสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มความคุ้มค่าและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง พีทีที สเตชั่น พร้อมมอบสิทธิพิเศษหลายรายการ
แหล่งข้อมูล :
thestandard
URL :
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่ >>> Click
<<<