ห่วงโซ่คุณค่าของพืชที่สำคัญ

ห่วงโซ่คุณค่าของพืชที่สำคัญ


การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของพืชเศรษฐกิจนำร่องสำคัญของไทย


ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) : งา


>
งาดำ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum indicum เป็นพืชอยู่ในวงศ์งา (Pedaliaceae) เป็นพืชน้ำมัน มีลำต้นเดี่ยว ตั้งตรง สูงประมาณ 0.5-2 เมตร มีขนปกคลุม เจริญเติบโตได้ดีในเขตภูมิอากาศร้อนและเขตร้อนชื้น โครงสร้างของผลมีลักษณะเป็นฝักรูปทรงกระบอกยาว แบ่งออกเป็นหลายห้อง ภายในฝักประกอบด้วยเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งมีเปลือกหุ้มเมล็ด (seed coat) เป็นส่วนนอกสุด ถัดเข้ามาคือเอนโดสเปิร์มที่สะสมน้ำมันและสารอาหารไว้ในปริมาณสูง เมื่อฝักงายังอ่อนจะมีสีเขียวและเมล็ดภายในยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ เมื่อต้นงาเจริญเติบโตจนแก่ ฝักจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาลและแห้งลง ขณะที่เมล็ดภายในจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มีความแข็งและสะสมน้ำมันจนเต็มที่ จนกระทั่งฝักแก่จัดจะปริแตกออกเพื่อให้เมล็ดร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน งาดำนับเป็นธัญพืชขนาดเล็กที่อุดมไปด้วยประโยชน์และคุณค่าโภชนาการอาหาร อุดมด้วยสารเซซามิน แคลเซียมสูง และไขมันดี การใช้ประโยชน์จากงาดำ สามารถทำได้ทุกส่วนของพืช ตั้งแต่เมล็ดที่เป็นส่วนประกอบหลักไปจนถึงใบและลำต้น โดยเมล็ดงาดำเป็นส่วนที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุดทั้งด้านโภชนาการอาหารและด้านการแพทย์ ทั้งในรูปแบบของเมล็ดงาดำสด เมล็ดงาดำคั่ว และเมล็ดงาดำบด และน้ำมันงาดำสกัดซึ่งสามารถสกัดได้จากทั้งเมล็ดงาดำและกากงาดำ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของงาดำจะช่วยแสดงให้เห็นการใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของงาดำในการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง
จากข้อมูลมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์งาดำในตาราง สามารถอธิบายโครงสร้างของห่วงโซ่มูลค่างาดำได้ว่า งาดำสด เป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่ยังไม่มีการเพิ่มมูลค่าผ่านกระบวนการแปรรูป จึงมีราคาเฉลี่ยต่ำสุดและใช้เป็น baseline ของห่วงโซ่มูลค่า ขณะที่ งาดำคั่ว มีมูลค่าเพิ่มประมาณ 1.95 เท่า จากกระบวนการแปรรูปเชิงกายภาพที่ช่วยเพิ่มคุณลักษณะด้านกลิ่นและรสชาติ ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มในตลาดผู้บริโภค แต่ยังอยู่ในกลุ่มสินค้าอาหารทั่วไป ส่วน ผงงาดำ มีมูลค่าเพิ่มสูงถึง 5.03 เท่า สะท้อนการยกระดับจากวัตถุดิบทั่วไปสู่การเป็น “functional food ingredient” โดยการแปรรูปช่วยเพิ่มความสะดวกในการนำไปใช้และศักยภาพในการเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่น อาหารเสริม เครื่องดื่มสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ สำหรับ น้ำมันงาดำ ซึ่งสามารถสกัดได้จากเมล็ดงาดำและกากงาดำ มีมูลค่าเพิ่มเฉลี่ย 3.0 เท่า แม้ผ่านกระบวนการสกัดที่ซับซ้อนกว่า แต่ยังอยู่ในตลาด “commodity oil market” อีกทั้งสารสำคัญ เช่น lignans มีลักษณะเจือจางในเฟสไขมัน ทำให้ความเข้มข้นเชิงหน้าที่ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าผงและสารสกัด ขณะที่ สารสกัดเซซามิน มีมูลค่าเพิ่มสูงสุดประมาณ 5.29 เท่า เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะเจาะจงและมีความบริสุทธิ์ของสารสำคัญสูง จึงสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการมาตรฐานของสารออกฤทธิ์ เช่น อาหารเสริมและงานวิจัยเชิงชีวการแพทย์ ดังนั้น การเพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่งาดำ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของกระบวนการแปรรูปเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารสำคัญและประสิทธิภาพต่อหน่วยการใช้ในอุตสาหกรรมปลายน้ำ โดยผลิตภัณฑ์ที่มีสารสำคัญเข้มข้นและมีการใช้งานเฉพาะทางมีแนวโน้มสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่า
การใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของงาดำนั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์พื้นฐาน คือ งาดำคั่ว โดยเป็นระดับผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานสูงที่สุด ขณะที่การแปรรูปในภาคอุตสาหกรรมเป็นผงงาดำ น้ำมันงาดำ และสารเซซามินมีการใช้งานหลักในอุตสาหกรรมอาหาร นิวตราซูติคอล และเครื่องสำอาง